<%@LANGUAGE="JAVASCRIPT" CODEPAGE="1252"%> คำถามที่อยากรู้

 

 

คำถามและคำตอบที่ควรทราบ

มาตรา 42/1 สมาชิกได้ทำความยินยอมเป็นหนังสือไว้กับสหกรณ์ ให้ผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นใด
ที่สมาชิกปฏิบัติหน้าที่อยู่ หักเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือเงินอื่นใด ที่ถึงกำหนดจ่ายแก่สมาชิกนั้น เพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นที่มีต่อสหกรณ์
ให้แก่สหกรณ์ตามจำนวนที่สหกรณ์แจ้งไป จนกว่านี้หรือภาระผูกพันนั้นจะระงับสิ้นไป ให้หน่วยงานนั้นหักเงินดังกล่าวส่งเงินที่หักไว้นั้น
ให้แก่สหกรณ์โดยพลัน
การแสดงเจตนายินยอมตามวรรคหนึ่ง มิอาจจะถอนคืนได้ เว้นแต่สหกรณ์ให้ความยินยอม


คำถาม-คำตอบ * (รวบรวมจากบุคลากรของ มข.)
1. คำถาม : ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ระดับ 6 จะอยู่ในแท่งวิชาชีพเฉพาะ ชำนาญการ ใช่หรือไม่ แล้วเพดานเงินเดือนจะตันอยู่ที่ระดับใด
คำตอบ : จะอยู่ในแท่ง “วิชาการ” ประเภทวิชาชีพเฉพาะ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะ และอยู่ใน “กระบอกที่ 2” เรียกว่า “ชำนาญการ” ครับ ส่วนเพดานเงินเดือนสูงสุดของกระบอกนี้จะไปสูงสุดที่ 36,020 บาท ครับ

2. คำถาม : ตำแหน่ง ผู้ปฏิบัติงานบริหาร ระดับ 6 จะอยู่แท่งไหน และเพดานเงินเดือน จะตันอยู่ที่ระดับใด
คำตอบ : จะอยู่ในแท่ง “ทั่วไป” ประเภททั่วไป(ปฏิบัติการระดับต้น) ในกระบอกที่ 2 ที่เรียกว่า “ชำนาญงาน” และเพดานเงินเดือนของกระบอกนี้จะไปสูงสุดที่ 33,540 บาท ครับ จะเห็นได้ว่าแม้จะเป็นระดับ 6 เหมือนกันเมื่อเข้าระบบแท่งแล้ว จะอยู่กันคนละแท่ง และ คนละกระบอก เพดานสูงสุดของเงินเดือนก็ไม่เท่ากัน ซึ่งในระบบพีซี(เดิม)เพดานสูงสุดของเงินเดือนจะเท่ากันไม่ว่าตำแหน่งนั้นจะเป็นอะไร เช่น นายแพทย์ 6
หรือ อาจารย์ 6 หรือ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 6

3.คำถาม : ตามที่ได้ส่งข้อมูลเขาสู่ระบบแท่งนั้น ผมได้ศึกษาดูปรากฏว่าผู้ที่มีวุฒิทำงานในระดับปริญญาตรีอยู่ระดับ ซี 5 จะอยู่ในกลุ่มผู้ปฏิบัติระดับกลาง เงินเดือนสูงสุดในแท่ง เป็น 22,000 บาท แต่ถ้าผู้ที่ปฏิบัติงานวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี เป็น ซี 5 (เหมือนกัน) จะอยู่ในแท่งชำนาญงาน เงินเดือนสูงสุดในแท่งเป็น 33,540 จะเห็นว่าแตกต่างกันมาก
คำตอบ : แม้จะเป็นระดับ 5 เหมือนกัน ถ้าเป็นตำแหน่งแรกบรรจุที่เป็นวุฒิต่ำกว่า ป.ตรี กับตำแหน่งแรกบรรจุที่เป็นวุฒิ ป.ตรี ขึ้นไป เมื่อเข้าระบบแท่งแล้ว จะอยู่กันคนละแท่ง และ คนละกระบอก เพดานสูงสุดของเงินเดือนก็ไม่เท่ากัน ซึ่งในระบบพีซี(เดิม)เพดานสูงสุดของเงินเดือนจะเท่ากัน ไม่ว่าตำแหน่งนั้นจะเป็นอะไร เช่น จ.บริหารทั่วไป 5 (ผู้ปฏิบัติการระดับกลาง) กับ พนักงานธุรการ 5 (ผู้ปฏิบัติการระดับต้น) ดังนั้น.ตำแหน่งจ.บริหารทั่วไป 5 (ผู้ปฏิบัติการระดับกลาง) จะอยู่ในแท่ง “วิชาการ” ประเภทวิชาชีพเฉพาะ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะ และอยู่ใน “กระบอกที่ 1” เรียกว่า “ปฏิบัติการ” ซึ่งเป็นกระบอกต่ำสุดของแท่งนี้(เริ่มจาก ซี 3-5 เดิม) เพดานสูงสุดของเดือนจะเป็น 22,220 บาท (สูงสุดของ ซี 5 เดิม)
ส่วนตำแหน่ง พนักงานธุรการ 5 (ผู้ปฏิบัติการระดับต้น) จะอยู่ในแท่ง “ทั่วไป” และอยู่ใน “กระบอกที่ 2” เรียกว่า “ชำนาญงาน” ซึ่งเป็นกระบอกระดับที่สองของแท่งนี้(เริ่มจาก ซี 5-6 เดิม) เพดานสูงสุดของเดือนจึงเป็น 33,540 บาท(สูงสุดของ ซี 6 เดิม)
เหตุที่กระบอกนี้(ชำนาญงาน ของแท่งทั่วไป)มีเพดานเงินเดือนสูงสุดมากกว่ากระบอกปฏิบัติการของแท่งวิชาการ เพราะในกระบอกนี้เป็นผู้ชำนาญงาน หรือเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงาน และเป็นกระบอกระดับที่สองของแท่งนี้
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งจ.บริหารทั่วไป 5 เนื่องจากเป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิ ป.ตรี จะมีความก้าวหน้าสูงสุดของ “ตำแหน่งควบ” ไปเป็น จ.บริหารทั่วไป 6 ได้เมื่อถึงตรงนี้จะอยู่ในกระบอกชำนาญการ จะมีเพดานเงินเดือนสูงสุดเป็น 36,020 บาท


4. คำถาม : และเมื่อไม่มีระบบซีแล้วคนที่อยู่ ซี 5 (ตำแหน่งทำงานปริญญาตี)จะขอซี 6 ก็ไม่ได้จะให้ชำนาญการได้หรือไม่ถ้าคุณสมบัติด้านอื่นครบ
คำตอบ : ที่บอกว่าจะขอซี 6 ก็ไม่ได้ แสดงว่าตำแหน่งที่ถามนี้เป็นผู้ปฏิบัติการระดับต้นที่เป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิที่ตำกว่า ป.ตรี
ถ้าเป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิ ปวส.(ต่ำกว่า ป.ตรี) จะเริ่มจากซี 2-4 เมื่อถึงระดับสูงสุดของระดับควบแล้ว หลังจากนั้นจะใช้ประสบการณ์เทียบสูงขึ้นได้อีก 2 ระดับเป็น เป็น ซี 5 และ ซี 6 อีกหนทางหนึ่งคือถ้าได้รับการแต่งตั้งเป็น “หัวหน้าหน่วย” ที่มีโครงสร้างที่ถูก
ต้องตามกฎหมายก็จะเป็น ซี 6 ได้ครับ
หรือถ้าเป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิ ปวช(ต่ำกว่า ป.ตรี) จะเริ่มจากซี 1-3 เมื่อถึงระดับสูงสุดของระดับควบแล้ว หลังจากนั้นจะใช้ประสบการณ์เทียบสูงขึ้นได้อีก 2 ระดับเป็น เป็น ซี 4 และ ซี 5 ถ้าเป็นกรณีไม่สามารถไปต่อเป็น ซี 6 ได้ ต้องเสนอผลงานเพื่อขอกำหนดตำแหน่งเป็นผู้ชำนาญการ ระดับ 6 สถานเดียวครับ


5. คำถาม : พี่อ่านแล้วเข้าใจดังนี้ ตำแหน่งเชี่ยวชาญสายสนับสนุนวิชาการ เช่น ของพี่ บรรณารักษ์เชี่ยวชาญระดับ 9 หรือของคุณ จัดอยู่ในแท่งทั่วไป สายวิชาชีพเฉพาะ เงินประจำตำแหน่ง 9,900 บาท อยากถามคำถามว่า ที่เข้าใจถูกต้องหรือไม่ และจะมีส่วนเบิ้ลเหมือนเดิมหรือไม่คะ
คำตอบ : ตำแหน่งบรรณารักษ์เชี่ยวชาญ ระดับ 9(ของพี่) กับตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 9(ของผม) เป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิ ป.ตรี เมื่อเข้าระบบแท่งแล้ว จะอยู่ในแท่ง “วิชาการ” ประเภทวิชาชีพเฉพาะ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะ และอยู่
ใน “กระบอกที่ 4 เรียกว่า “เชี่ยวชาญ” (ไม่ใช่แท่งทั่วไปที่ขีดเส้นใต้_ที่ถาม) ส่วนเงินประจำตำแหน่ง 9,900 บาท/เดือน และ ค่าตอบแทน 9,900 บาท/เดือน ยังคงได้รับตามเดิมครับ....
มีข้อสังเกตว่า ถ้าเป็นชำนาญการ ระดับ 8 เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิต่ำกว่า ป. ตรี กับตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิ ป.ตรี ขึ้นไป เมื่อเข้าระบบแท่งแล้ว จะอยู่กันคนละแท่ง และ คนละกระบอก เพดานสูงสุดของเงินเดือนก็ไม่เท่ากัน
เช่น บรรณารักษ์ ชำนาญการ 8 ,นักวิชาการศึกษา ชำนาญการ 8 ,นักวิชาการเงินและบัญชี ชำนาญการ 8 เมื่อเข้าระบบแท่งจะเข้า “แท่งวิชาการ” ในกระบอก “ชำนาญการพิเศษ” มีเพดานเงินสูงสุดเป็น 50,550 บาท ในขณะที่ ครูชำนาญการ 8 , เจ้าหน้าที่ระบบเครื่อง
คอมพิวเตอร์ ชำนาญการ 8, ช่างอิเลคทรอนิกส์ ชำนาญการ 8 จะเข้า “แท่งทั่วไป” ในกระบอก “ชำนาญงาน” มีเพดานเงินสูงสุดเป็น 47,450 บาท ซึ่งทุกตำแหน่งที่กล่าวถึงข้างบนนี้ ถ้ายังอยู่ในระบบพีซีเดิม จะมีเพดานสูงสุดของเงินเดือนเท่ากันเป็น 47,450 บาท


6. คำถาม : เพิ่งได้รับคำสั่งแต่งตั้ง ซี 5 เมื่อเดือนพ.ค.52 จะยื่นขอเป็นซี 6 (โดยใช้ประสบการณ์ในการทำงานเทียบซี) ได้หรือไม่ ?
คำตอบ : ไม่น่าจะได้ เพราะปฏิบัติหน้าในระดับ 5 มายังไม่ถึง 1 ปี เงินเดือนจึงยังไม่น่าจะถึงระดับ 6 และหากเงินเดือนถึง ระดับ 6 แล้ว ยังต้องดูคุณสมบัติในเรื่องระยะเวลาที่ปฏิบัติงานใน ระดับ 5 ว่าทำมาแล้วกี่ปี คุณชัยณรงค์ต้องไปดูที่ประกาศ หรือ ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยว่าต้องครอง ซี 5 มาไม่น้อยกว่าเท่าใด จึงจะยื่นขอ ซี 6 ได้ แต่ยังมีทางให้เลือกอีกสองทาง ทางแรกยื่นขอชำนาญการ 6 (ถ้ามีผลงาน
ทางวิชาการ เช่น คู่มือ , งานวิจัย , บทความ ฯลฯ ) ถ้าตอนนี้ยังไม่พร้อมให้เข้าระบบแท่งไปก่อน พร้อมเมื่อใดค่อยมายื่นขอ
ชำนาญการต่อไป
สมมุติว่าถ้าได้เป็นชำนาญการแล้ว ก็ยังอยู่ในแท่ง "ทั่วไป" และ “กระบอกชำนาญการ" เหมือนเดิม แต่จะโอกาสต่อยอด ขอทำผลงานเป็นผู้ชำนาญการพิเศษ(ระดับ 8 เดิม)ในกระบอกที่สูงกว่าต่อไปได้ หนทางที่สอง ให้หน่วยงานแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหน่วย ระดับ 6 แต่ต้องเป็น "หน่วย" ที่ถูกแบ่งโครงสร้างที่ถูกต้องตามกฎหมาย ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ใช่หน่วยงานภายในที่เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย


7. คำถาม : ปัจจุบัน ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 5 อยากทราบว่าจะอยู่
ในแท่งใด ระดับเงินเดือนสูงสุดเท่าใดต่างจากระดับ 6 อย่างไร และตอนนี้ จะ
ประเมินระดับ 6 ได้อีกหรือไม่
คำตอบ : ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 5 จะอยู่ในแท่ง “วิชาการ” ประเภทวิชาชีพเฉพาะ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะ และอยู่ใน “กระบอกที่ 1” เรียกว่า “ปฏิบัติการ” ครับ ส่วนเพดานเงินเดือนสูงสุดของกระบอกนี้จะไปสูงสุดที่ 22,220 บาท ครับ


คำถามต่อเนื่อง...ต่างจากระดับ 6 อย่างไร ? ต่างตรงที่ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 6 เมื่อเข้าระบบแท่ง แม้จะอยู่แท่งเดียวกับ ระดับ 5 แต่ระดับ 6จะอยู่ในกระบอกที่ 2 ที่เรียกว่า “ชำนาญการ” ในขณะที่ ระดับ 5 จะอยู่ในกระบอกที่ 1 ที่เรียกว่า “ปฏิบัติการ” และเพดานสูงสุดของเงินเดือนก็จะต่างกันด้วย
คำถามต่อเนื่อง...และตอนนี้ จะประเมินระดับ 6 ได้อีกหรือไม่ ? คุณสมบัติของผู้ที่จะเลื่อนเป็นระดับ 6 อันแรกเงินเดือนต้องถึงขั้นต่ำของระดับ 6 และระยะเวลาของการปฏิบัติหน้าที่ในระดับ 5 อันนี้คุณศรีจันทร์ต้องไปดูที่ประกาศ หรือ ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยว่าต้องครอง ซี 5 มาไม่น้อยกว่าเท่าใดจึงจะยื่นขอ ซี 6ได้


8. คำถาม : ปัจจุบันผมเข้ารับราชการตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ระดับ 6 (ปฏิบัติการ
3-6) เปลี่ยนแท่งใหม่, ก.พ.อ.ใหม่ ผมจะใช่กระบอกที่ 1 หรือ 2 ครับ (ปัจจุบันเงินเดือน 24,350 บาท)
คำตอบ : ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ระดับ 6 จะอยู่ในแท่ง “วิชาการ” ประเภทวิชาชีพเฉพาะ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะ และอยู่ใน “กระบอกที่ 2” เรียกว่า “ชำนาญการ”
อนึ่ง....ถึงแม้ว่าจะอยู่ร่วมกระบอกเดียว กับผู้ที่เป็นชำนาญการ โดยหลักการแล้วเมื่อไม่ได้ผ่านกระบวนการในการเสนอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งชำนาญการ จึงไม่อาจเรียกตำแหน่งนี้(เฉพาะตัวของคุณสกล) ว่าเป็นผู้ชำนาญการได้ หากแต่ให้มากินเงินเดือนในกระบอกร่วมกันกับผู้ที่เป็นชำนาญการเท่านั้น


9. คำถาม : ขอสอบถามเกี่ยวกับตำแหน่ง ตาม พรบ.ใหม่ ของ ก.พ.อ. จะมีตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ หรือไม่ ถ้าไม่มี ผู้ที่อยู่ตำแหน่งนี้จะถูกจัดให้อยู่ตำแหน่งอะไร ? เพราะเคยขอเปลียนตำแหน่งเป็นนักวิชาการคอมพิวเตอร์แล้ว แต่ไม่ได้ เพราะสาขาวิชาที่จบมา ไม่ตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง คำตอบ : ตามหนังสือของ สกอ. ที่ ศธ 0509.4/ว 109 ลงวันที่ 29 มค.52 ที่กำหนดตำแหน่งสายสนับสนุนในสถาบันอุดมศึกษาให้เหลือเพียง 71 สายงาน 72 ตำแหน่ง นั้น ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ จะไม่มีครับ ซึ่งจะมีตำแหน่งอื่นๆอีกที่ไม่ให้มี
เช่น ตำแหน่งครู เป็นต้น
ถ้ามีอยู่แล้วจะทำอย่างไร ? ให้เปลี่ยนตำแหน่งไปเป็นนักวิชาการคอมพิวเตอร์ แต่ทั้งนี้ต้องดูวุฒิการทางศึกษาที่มีอยู่นั้นว่า สอดคล้องกับตำแหน่งที่จะเปลี่ยนไปหรือไม่ ซึ่งต้องไปดูที่มาตรฐานกำหนดตำแหน่งนั้นๆ ว่าต้องการวุฒิทางการศึกษาอะไร
ตำแหน่งที่คุณศิริรัตน์ ครองอยู่เป็นตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ หากจะเปลี่ยนเป็นนักวิชาการคอมพิวเตอร์ ก็ต้องมีวุฒิทางคอมพิวเตอร์ อาจเป็น วทบ. คอมฯ หรือวุฒิอื่นที่เกี่ยวข้อง(ต้องเรียนวิชาทางคอมฯ มาไม่น้อยกว่าที่เขากำหนดด้วย)
ถ้าไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร ? ก็ให้ครองตำแหน่งนั้นไปจนเกษียณ เมื่อตำแหน่งว่างลงก็ให้เปลี่ยนเป็นนักวิชาการคอมพิวเตอร์ ครับ...


10. คำถาม : ถ้าเป็นชำนาญการ ระดับ 8 อยู่ก่อนประกาศเป็นระบบแท่งแล้ว แต่บรรจุด้วยวุฒิต่ำกว่า ป.ตรี(ปวส.) กพอ. จะคงตำแหน่งเดิมไว้หรือไม่? เพราะระบบเดิมจะมีเงินประจำตำแหน่งอยู่ครับ
แต่ถ้าหากเป็นชำนาญงานพิเศษ ระดับ 8 จะไม่มีเงินประจำตำแหน่ง ครับ ซึ่งผมคิดว่าระบบใหม่ จะไม่เป็นธรรม กับผู้มีวุฒิต่ำกว่าป.ตรี ทั้งๆที่ อันเดิมเคยมีเงินประจำตำแหน่ง
คำตอบ : ผู้ที่ครองตำแหน่งชำนาญการ ระดับ 8 ทุกตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิต่ำกว่า ป.ตรี หรือ ตั้งแต่ ป.ตรี ขึ้นไป ที่เคยได้รับ 3,500 บาท ต่อเดือนนั้นไม่ใช่เงินประจำตำแหน่งครับ เงินจำนวนนี้เป็น “ค่าตอบแทน”
เป็นเงินที่ได้มาเมื่อครั้งที่มีการปรับขึ้นเงินเดือน 2 ขั้นสำหรับหรับข้าราชการที่ต่ำกว่าระดับ 8 ลงมา ส่วนผู้ที่เป็น ระดับ 8 ขึ้นไปทุกตำแหน่ง(แม้ว่าจะไม่เป็น ชำนาญการ เช่น หัวหน้าหน่วยตรวจสอบ)ซึ่งแต่เดิมไม่เคยได้รับเงินประจำตำแหน่ง ให้ได้รับเป็นค่าตอบแทนในอัตราเดือนละ 3,500 บาท (เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณ)
หลักในการปรับข้าราชการ ก.พ.อ. เข้าระบบแท่ง ต้องไม่กระทบสิทธิเดิม
ดังนั้น.... เมื่อเข้าระบบแท่งแล้วยังคงได้รับ 3,500 บาท ที่เป็นค่าตอบแทนนี้ครับ...



11. คำถาม : ผมอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นนักวิชาการศึกษาระดับ 6 เมื่อปรับเข้าแท่งแล้ว ผมจะอยู่แท่งวิชาการ ในกระบอกที่ 2 คือชำนาญการถูกต้องหรือไม่ครับ
คำตอบ : ถูกต้องครับ



12. คำถาม : หากความเข้าใจตามข้อ1 ของผมถูกต้อง ผมจะได้รับเงินค่าตอบแทน 3,500 บาท หรือไม่ครับ (ตามความเข้าใจของผมคิดว่าคงไม่ได้)
คำตอบ : ไม่ได้ครับ จะได้รับเฉพาะผู้ที่ครอง ระดับ 8 เท่านั้นครับ

13. คำถาม : ขณะนี้ผมกำลังทำชำนาญการ (ซึ่งคงจะได้หลังจากปรับเข้าแท่งแล้ว) หากผมได้ชำนาญการแล้ว ผมจะไปอยู่กระบอกที่ 3 คือชำนาญการพิเศษใช่หรือไม่ครับ แล้วกระบอกนี้เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่ ก.พ.อ. จะกำหนดขึ้นมารองรับ


คำตอบ : เมื่อ 1ตุลาคม 52 มาถึงถ้ามีการปรับเข้าระบบแท่งจริง ตำแหน่งนักวิชาการศึกษาระดับ 6 จะอยู่ในแท่ง “วิชาการ” ประเภทวิชาชีพเฉพาะ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะ และอยู่ใน “กระบอกที่ 2” เรียกว่า “ชำนาญการ”
หากผลการพิจารณาตำแหน่งชำนาญการ 7-8 ออกมา หากเงินเดือนถึงระดับ 8 ก็จะเป็น ชำนาญการ 8 จะอยู่ในกระบอก “ชำนาญการพิเศษ” มีค่าตอบแทนในอัตราเดือนละ 3,500 บาท
หากเงินเดือนไม่ถึงระดับ 8 ก็จะต้องเป็นชำนาญการ 7 เสียก่อนและยังคงอยู่ในกระบอก “ชำนาญการ” เหมือนเดิม รวมทั้งไม่ได้รับค่าตอบแทน 3,500 บาท

ตอนนี้ดำรงตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ 6 เงินเดือน 20990 บาท และกำลังยื่นขอตำแหน่งชำนาญการ 7-8 (กำลังจะเข้าสู่กรรมการคณะฯ ในเดือนนี้) บรรจุเริ่มแรกในตำแหน่งพนักงานวิทยาศาสตร์ 2 โดยใช้วุฒิอนุปริญญาวิทยาศาสตร์ และได้เปลี่ยนตำแหน่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ โดยใช้วุฒิปริญญาโท (วท.ม) เลยมีคำถามดังนี้ค่ะ


14. คำถาม : หากว่าได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งชำนาญการ 8 ก่อน 1 ตุลา 52 เมื่อเข้าสู่ระบบแท่งแล้วจะเข้าในแท่งวิชาชีพไหน กระบอกไหน เพดานเงินเดือนสูงสุดเท่าไหร่ และจะได้รับเงินค่าตอบแทน 3500 หรือไม่
คำตอบ : จะอยู่ในแท่ง “วิชาการ” ประเภทวิชาชีพเฉพาะ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะ และอยู่ใน “กระบอกที่ 2” เรียกว่า “ชำนาญการพิเศษ” ครับ โดยมีเพดานเงินเดือนสูงสุดเป็น 50,550 บาท และจะได้รับเงินค่าตอบแทน 3,500 บาท ต่อเดือนด้วยครับ


15. คำถาม : หากการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งชำนาญการไม่ทันวันที่ 1 ตุลาจะมีผลอย่างไรเช่น อาจจะต้องได้แก้ไข หรือเพิ่มเติมเอกสาร
คำตอบ : หากผลการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งเป็นชำนาญการ 8 ออกหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2552 จะมีผลหลายอย่าง ดังนี้...
- แก้ไขคำสั่งเลือนระดับย้อนหลัง และจะย้อนหลังไปถึงวันที่กองการเจ้าหน้าที่รับเรื่อง(ไม่ใช้ย้อนไปถึงวันที่การเจ้าหน้าที่คณะ หรือ กรรมการประจำคณะพิจารณา)
- เงินเลื่อนขั้นที่พิจารณาไปแล้ว(ให้และได้รับเงินมาแล้ว)เมื่อครั้งที่เป็นตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ 6 สมมุติว่าทั้งปีได้รับ 1.5 ขั้น เป็นเงิน 1,000 บาท/เดือน และสมมุติว่า
1.5 ขั้นของระดับ 8 เป็น 1,500 บาท/เดือน ก็จะได้รับส่วนต่าง 500 บาท/เดือนนี้ย้อนหลังไปด้วย
- เงินค่าตอบแทนในอัตรา 3,500 บาท/เดือนก็จะได้รับย้อนหลังเช่นเดียวกัน ฯลฯ



16. คำถาม : หลังจาก 1 ตุลา 52 ที่เข้าสู่ระบบแท่งแล้ว สามารถที่จะขอชำนาญการได้อีกหรือไม่ (ในกรณีที่ขอครั้งแรกแล้วเกิดไม่ผ่าน)
คำตอบ : ยังมีตามปกติครับ เพราะในระบบแท่ง ยกเลิกระบบซีเท่านั้น เมื่อเข้าสู่ระบบแท่งแล้ว ภายในแท่ง ยังมีกระบอกที่เรียกว่า “ชำนาญการ” และ “ชำนาญการพิเศษ”อยู่ครับ


17. คำถาม : ปัจจุบันอยู่ตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานบริหาร 5 จะต้องไปอยู่แท่งใด เงินเดือนตันเท่าไร และต้องทำระดับ 6 หรือไม่ค่ะ
คำตอบ : ตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานบริหาร 5 จะอยู่ในแท่ง “ทั่วไป” ประเภททั่วไป(ปฏิบัติ
การระดับต้น) ในกระบอกที่ 2 ที่เรียกว่า “ชำนาญงาน” และเพดานเงินเดือนของกระบอกนี้จะไปสูงสุดที่ 33,540 บาท ครับ

คำถามต่อเนื่อง.... และต้องทำระดับ 6 หรือไม่ ? เนื่องจากตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานบริหาร 5 (ผู้ปฏิบัติการระดับต้น)เป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิต่ำกว่า ป.ตรี เมื่อเข้าสู่ระบบแท่ง จึงเข้าที่แท่ง “ทั่วไป” ในกระบอกที่เรียกว่า “ชำนาญงาน”
ในกระบอกนี้เป็นการรวมระดับ 5 และ 6 เข้าด้วยกันอยู่แล้ว แม้จะได้รับการปรับเลื่อนซีเป็นระดับ 6 ก็ยังอยู่ภายใต้กระบอกเดียวกัน จะต่างกันตรงที่เมื่อเป็นระดับ 6 จะปรับเงินเดือนจากระดับ 5 เป็น 6
หากเป็นระดับ 5 เท่ากันแต่เป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิต่ำตั้งแต่ ป.ตรี ขึ้นไป (ผู้ปฏิบัติการระดับกลาง) เช่น ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา จากตำแหน่งนักวิชาการศึกษา 5 เมื่อเข้าสู่ระบบแท่ง จึงเข้าที่แท่ง “วิชาการ” ในกระบอกที่ 1 เรียกว่า “ปฏิบัติการ” หากได้รับการเลื่อนระดับเป็น ระดับ 6 ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2552 ก็จะเข้ากระบอกที่ 2 เรียกว่า “ชำนาญการ” แต่จะไม่เรียกว่าชำนาญการ



18. คำถาม : ตำแหน่งผู้บริหารระดับต้นที่เป็น ผู้อำนวยการกอง และ เลขานุการคณะ/หน่วยงาน(เทียบเท่าคณะ) มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร ?
คำตอบ : ที่เหมือนกันคือเป็นผู้บริหารระดับต้นที่ไม่มีวาระในการดำรงตำแหน่ง ความต่างคือผู้อำนวยการกองกำหนดเป็นระดับควบ 7-8 ซึ่งหมายความว่าผู้อำนวยการกอง ระดับ 7 เมื่อเงินถึงขั้นต้นของระดับ 8 จะเลื่อนเป็น ระดับ 8 โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีการประเมินเข้าสู่ตำแหน่งในขณะที่เลขานุการคณะกำหนดเป็น ระดับ 7,8 ซึ่งหมายความว่าแม้ว่าเลขานุการคณะที่เป็นระดับ 7 เงินเดือนชนฐานระดับ 8 ไม่สามารถเลื่อนเป็นเลขานุการคณะระดับ 8 โดยอัตโนมัติ ต้องมีการประเมิน และ ตีค่างานตำแหน่งนั้นเป็น ระดับ 8



19. คำถาม : ปัจจุบันเป็นรักษาการหัวหน้างานระดับ 6 จะขอประเมินเข้าเป็นหัวหน้างานระดับ 7 ได้ หรือไม่ ?
คำตอบ : ต้องตีค่างานตำแหน่งตรงนั้นก่อนว่าเป็นระดับ 7 และเมื่อตีค่างานเป็นระดับ
7 แล้วก็ดำเนินการประเมินเข้าสู่ตำแหน่ง หากตำแหน่งหัวหน้างาน(กรอบตัวจริงเดิม)ที่ว่างอยู่นั้นเคยมีคนครอง ปัจจุบันว่างอยู่ ก็ไม่ต้องตีค่างานครับ(แสดงว่าเคยตีค่างานให้เป็น ระดับ 7 มาก่อนแล้ว)


20. คำถาม : ตำแหน่ง จ.ระบบงานคอมพิวเตอร์ 6 (ของสามี) จะต้องอยู่ในแท่งทั่วไป (ปฏิบัติการระดับต้น) กระบอกที่ 2 ตันที่ 33,540 บาท เหมือนระดับ 5 ใช่ หรือไม่คะ หรือว่าต้องอยู่แท่ง "วิชาการ"
และดิฉันปัจจุบันตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานหาร 5 ต้องอยู่กระบอกที่ 2 ปฏิบัติงานระดับต้น ตันที่ 33,540 เหมือนกันใช่หรือไม่ กำลังทำผลงานอยู่ แต่คิดว่าคงไม่ทันส่งตุลาคม'52 นี้ ถ้าหากตันเท่ากัน ไม่ส่งก็ได้ใช่หรือไม่


คำตอบ : ตำแหน่ง จ.ระบบงานคอมพิวเตอร์ 6 เนื่องจากเป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิ ป.ตรี(เริ่มต้นจาก ระดับ 3) จะอยู่ในแท่ง “วิชาการ” และอยู่ใน “กระบอกที่ 2” เรียกว่า “ชำนาญการ” แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ชำนาญ ระดับ 6 ก็ตาม แต่จะไม่เรียกตำแหน่งนี้ว่าจ.ระบบงานคอมพิวเตอร์ชำนาญการ ระดับ 6 เพียงแต่มากินบัญชีเงินเดือนร่วมกันกับผู้ที่ครองตำแหน่งชำนาญการ ระดับ 6 เท่านั้นโดยมีเพดานเงินเดือนสูงสุดเป็น 36,020 บาท
คำถามต่อเนื่อง ปัจจุบันคุณนฤมลครองตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานหาร 5 ซึ่งก็เป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิต่ำกว่า ป.ตรี จะอยู่ในแท่ง “ทั่วไป” และอยู่ใน “กระบอกที่ 2” เรียกว่า “ชำนาญงาน” โดยมีเพดานเงินเดือนสูงสุด เป็น 33,540 บาทครับ


21. คำถาม : ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ปฏิบัติงาน ระดับ 5 เริ่มรับราชการจากระดับ 2 (ต่อมาสำเร็จการศึกษาระดับ ป.โท) แต่เนื่องจากไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้ จึงขอกำหนดกรอบซี 6 เมื่อปีที่แล้ว (เพิ่งผ่าน)และขณะนี้ผลงานผ่านการประเมินจากมหาวิทยาลัยแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนส่งให้รีดเดอร์นอกมหาวิทยาลัยอ่าน เข้าใจว่าตำแหน่งผู้ปฏิบัติงาน ระดับชำนาญการ จัดอยู่ในแท่งชำนาญงานรวมกับซี 5-6 เดิม การขอกำหนดตำแหน่งชำนาญการ และการทำผลงาน ระดับชำนาญการ 6 กว่าจะผ่านค่อนข้างยากและลำบากพอสมควร มหาวิทยาลัยมีข้อกำหนดที่รองรับกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ให้ทำผลงานฟรีหรือเปล่าคะ/หรือไม่ให้รู้สึกเสียกำลังใจอย่างไรคะ


คำตอบ : ทุกตำแหน่งขอการบรรจุด้วยวุฒิต่ำกว่า ป.ตรี ในระบบแท่ง เมื่อจัดเข้าแท่งแล้ว จะอยู่ในแท่ง “ทั่วไป” ส่วนการจะจัดเข้าอยู่ใน “กระบอก”ใดนั้น... เขา(ก.พ.)จะเอาซี หรือ ระดับ เดิมของตำแหน่งนั้นๆ เป็นตัวชี้วัดในการจัดเข้า “กระบอก”ต่างๆ
คุณผู้น้อยปัจจุบันครองตำแหน่งผู้ปฏิบัติงาน ระดับ 5 และอยู่ระหว่างรอผลการประเมินผลงานเป็นผู้ชำนาญการ ระดับ 6 คุณผู้น้อยและรวมถึงคนอื่นๆ ที่เป็นระดับ 6อยู่แล้ว เช่น ผู้มีประสบการณ์ ระดับ 6 ,หัวหน้าหน่วย ระดับ 6 , ผู้ชำนาญการ ระดับ 6 จะมีความรู้สึกว่า “เสียเปรียบ” ที่ต้องมาอยู่ “กระบอกชำนาญงาน” ร่วมกระบอกเดียวกับผู้ที่ครอง ระดับ 5 และมีเพดานเงินเดือนสูงสุด เป็น 33,540 บาทเท่ากัน
คุณผู้น้อยอย่าเพิ่งเสียกำลังใจไปครับ.... เพราะแม้จะอยู่ร่วมกับผู้ที่ครองตำแหน่ง ระดับ 5 ก็จริง แต่ผู้ที่ครองระดับ 6 จะมีโอกาสมากกว่าผู้ที่ครอง ระดับ 5ในการเลื่อนกระบอกให้สูงขึ้นไปสู่ “กระบอกชำนาญงานพิเศษ” ด้วยการขอเสนอผลงานเพื่อกำหนดตำแหน่งเป็นผู้ชำนาญการ ระดับ 7-8 (กระบอกชำนาญงานพิเศษ)ที่มีเพดานเงินเดือนสูงสุด เป็น 47,450 บาท ในขณะที่ผู้ครองตำแหน่ง ระดับ 5 ไม่สามารถขอเสนอผลงานเพื่อกำหนดตำแหน่งข้ามระดับ 6 ไปเป็นผู้ชำนาญการ ระดับ 7-8 โดยวิธีปกติได้ ต้องเสนอโดย “วิธีพิเศษ”ซึ่งผลงานที่ยื่นขอต้องมีคุณภาพสูงกว่า “วิธีปกติ”พูดง่ายๆว่ายากกว่า และมีโอกาสน้อยมากที่จะผ่านการประเมิน และใน มข. ยังไม่เคยมีผู้ที่เสนอขอข้ามระดับแบบนี้แล้วผ่านครับ



22. คำถาม : ข้อกำหนดเดิมคนที่ขอกำหนดตำแหน่งชำนาญการ 6 ก็ต้องทำผลงานเพื่อรักษาสถานภาพเหมือนกันกับ ซี 7-8 (แต่ไม่ลึกเท่า) หากปรับเป็นระบบแท่งแล้วยังต้องทำผลงานเพื่อรักษาสถานภาพอีกหรือเปล่าคะ
คำตอบ : การส่งผลงานดังกล่าวมิใช่การทำผลงานเพื่อรักษาสภาพของตำแหน่งครับ เพราะถ้าไม่มีผลงานส่ง มหาวิทยาลัยก็มิได้ริบตำแหน่งคืนแต่ประการใดครับ แต่ที่ต้องส่งเพราะเป็นไปตามประกาศ ก.บ.ม. มหาวิทยาลัยขอนแก่นฉบับที่ 2/2550 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งให้ ขรก. ให้ดำรงตำแหน่งผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ในข้อที่ 21 การติดตามภาระงาน ผู้ที่ครองตำแหน่งผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ต้องมีผลงานเช่น คู่มือการปฏิบัติงาน หรือ สิ่งประดิษฐ์ หรือการวิเคราะห์ระบบงาน หรือ งานวิจัย หรือ บทความทางวิชาการ หรือ งานแปล หรือ ผลงานในลักษณะอื่นๆ รายงานต่อผู้บังคับบัญชาหน่วยงานภายในเดือนเมษายนของทุกปี และให้หน่วยงานต้นสังกัดรายงานต่ออธิการบดีภายในเดือนพฤษภาคมของทุกปี ดังนี้....


ชำนาญการ ระดับ 6 ปีละ 1 เรื่อง
ชำนาญการ ระดับ 7-8 ปีละ 1 เรื่อง
เชี่ยวชาญ ระดับ 9 ปีละ 2 เรื่องหัวหน้าเราเอง
เชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10 ปีละ 3 เรื่อง

ในประกาศฉบับดังกล่าว ไม่ได้กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ส่งผลงานแต่ประการใดครับ เท่าที่ผมทราบก็มีหลายคนที่ไม่ส่งหรือรายงานผลงานตามที่ ก.บ.ม.กำหนด มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้มีการริบตำแหน่งคืนแต่ประการใด
23. คำถาม : หากเราต้องการทำชำนาญงานพิเศษต้องขอกำหนดกรอบอีกหรือไม่ (ขนาดขอกำหนดซี 6 ยังเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะขอได้ค่ะ)
คำตอบ : โดยหลักการแล้ว กรอบตำแหน่งชำนาญการใดๆ ที่ ก.ม.(ชื่อเดิมในขณะนั้น) ได้เคยวิเคราะห์กรอบให้แล้วในทุกมหาวิทยาลัย ก็ไม่ต้องมีการวิเคราะห์เพื่อขอกำหนดกรอบขึ้นมาใหม่ เว้นแต่เป็นกรอบที่ ก.ม. ยังไม่เคยกำหนดให้มี แต่หน่วยงานหรือมหาวิทยาลัยอยากให้มี ก็ต้องวิเคราะห์เหตุผลความจำเป็นว่าทำไม หน่วยงาน/มหาวิทยาลัย จำเป็นต้องมีผู้ชำนาญการ ระดับ 7-8 (ในระบบแท่ง เรียกว่า ชำนาญงานพิเศษ)


24. คำถาม : การเริ่มต้นด้วยระดับต่ำกว่าปริญญาตรี การทำผลงานจะค่อนข้างยากเนื่องจากลักษณะงานที่ทำไม่เอื้อต่อการทำผลงาน
(ไม่เชิงลึก) เมื่อหน่วยงานไม่ส่งเสริมเรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของบุคลากร เหตุใดจึงไม่อนุญาตให้เขาเหล่านั้นไปเติบโตที่อื่นคะ (เปลี่ยนตำแหน่งก็ไม่ได้ ย้ายก็ไม่ได้)
คำตอบ : ในมหาวิทยาลัยมีผู้ที่แรกบรรจุด้วยวุฒิต่ำกว่า ป.ตรี และภายหลังมาศึกษาต่อจนมีวุฒิ ป. ตรี หรือ ป.โท ก็มากมาย แต่ไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้นั้น....ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดได้วุฒิ ป.ตรี หรือ ป.โท ไม่ตรงกับตำแหน่งที่ผู้นั้นครองอยู่ ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันเป็นพนักงานการเงินและบัญชี ระดับ 5 (ผู้ปฏิบัติงานบริหาร) ที่บรรจุด้วยวุฒิ ปวส.(การบัญชี) ต่อมาจบ ป.ตรีสาขาบริหารการศึกษา และ ป.โทสาขาบริหารการพัฒนา อย่างนี้ไม่สามารถใช้ในการเปลี่ยนตำแหน่งให้เป็น “นักวิชาการเงินและบัญชี” ถึงแม้วุฒิที่มีอาจตรงกับตำแหน่งที่จะขอเปลี่ยน เช่น ปัจจุบันเป็นพนักงานธุรการ ระดับ 5 (ผู้ปฏิบัติงานบริหาร)ที่บรรจุด้วยวุฒิ ปวส.(บริหารธุรกิจ) ต่อมาจบ ป.ตรีสาขาบริหารการศึกษา จะขอเปลี่ยนตำแหน่งเป็น “เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป” ระดับ 5 ซึ่งจะมีตำแหน่งควบสูงสุดไปได้ถึงระดับ 6 บางหน่วยงานเปลี่ยนให้ได้ บางหน่วยงานเปลี่ยนให้ไม่ได้ ทั้งๆที่มาตรฐานกำหนดตำแหน่งของ “เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป” ได้กำหนดวุฒิทางการศึกษาเป็นระดับ ป.ตรี กว้างๆ รวมไปถึง ป.ตรี สาขาบริหารการศึกษาด้วย ในกรณีที่แม้วุฒิทางการศึกษาจะตรงตามตำแหน่ง แต่จะต้องมีการวิเคราะห์เหตุผลความจำเป็นว่าหน่วยงานนั้นๆ จำเป็นที่จะต้องอาศัยตำแหน่ง “เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป” ในการปฏิบัติงานหรือไม่(ในกรณีที่ไม่เคยมีมาก่อน) หรือต้องการเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่(กรณีที่มีอยู่แล้ว) ไม่เช่นนั้นหน่วยราชการจะมีแต่ชั้น “สัญญาบัตร” เต็มกันไปหมดจะไม่เหลือชั้น “ประทวน” อยู่ในหน่วยงานเลย
ยกตัวอย่างในสถานีตำรวจ ปัจจุบันพลตำรวจที่เป็นชั้นประทวน(ต่ำกว่าปริญญา) มีหลายคนสำเร็จการศึกษาในระดับ ป.ตรี หรือ ป.โท ทางนิติศาสตร์แต่ไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งให้เป็น“นายร้อยตำรวจ” ซึ่งเป็นระดับสัญญาบัตร(ปริญญาตรี)ได้ เพราะเขา(ก.พ.)ได้มีการวิเคราะห์เหตุผลความจำเป็นในโรงพัก(สถานีตำรวจ)หนึ่งๆ จะประกอบด้วยตำแหน่งอะไรบ้างและตำแหน่งเหล่านั้น จะมีอย่างละกี่อัตราด้วย มิฉะนั้นสถานีตำรวจก็จะมีนายร้อยตำรวจขึ้นไปทั้งหมด โดยไม่มีชั้นประทวน คือ พลตำรวจ , นายสิบตำรวจ หรือ จ่า และนายดาบตำรวจ ที่ต้องปฏิบัติงานที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยผู้มีวุฒิปริญญาตรี



25. คำถาม : ขณะนี้เป็นเจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป 6 (จบปริญาโท) จะสามารถปรับเป็นชำนาญการ 7-8 ได้ด้วยวิธีใดบ้างและมีผลงานอะไรบ้าง กรอบการประเมิน มข.มี หรือยัง
คำตอบ : ในขณะนี้คุณสมหวัง ครองตำแหน่งจ.บริหารงานทั่วไป ระดับ 6 มีหนทาง
ที่จะไปสู่ระดับ 7 หรือ ระดับ 8 ได้สองเส้นทางคือ …
1) การเข้าสู่ตำแหน่งทางการบริหาร ซึ่งก็คือเป็นหัวหน้างานและในคณะต่างๆ จะมี จ.บริหารที่เป็นหัวหน้างานระดับ 7 ได้เพียงหนึ่งเดียวคือหัวหน้างานบริหารและธุรการ เส้นทางนี้ตัดออกไปได้เลยครับ ถ้ามีคนครองอยู่แล้ว


2) การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ เป็นผู้ชำนาญการ ระดับ 7-8 เส้นทางนี้ยัง
พอมีทางอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีอุปสรรคอยู่ที่ตำแหน่งนี้ทั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่น เขา(ก.ม.
ในขณะนั้น)ได้กำหนดให้มีตำแหน่ง จ.บริหารฯ ชำนาญการ 7-8 เพียงตำแหน่งเดียว และระบุว่าอยู่ที่ “งานประชุม” สังกัดกองกลางเท่านั้น
ในขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ อีกหลายแห่ง กำหนดให้มี จ.บริหารผู้ชำนาญการ ระดับ 7-8 ให้มีได้ทุกคณะ เช่น ม.สารคาม , ม.สงขลา , แม่โจ้ ฯลฯ
วิธีการคือต้องทำอย่างไร ที่จะให้มหาวิทยาลัย ขก. ยอมเปิดให้มีกรอบจ.บริหาร ผู้ชำนาญการ ระดับ 7-8 ได้ในทุก สนง.คณบดีทุกคณะได้เหมือนอย่างที่มหาวิทยาลัยอื่นเขากำหนดให้มีกันได้
โดยหลักการวิเคราะห์เหตุผลความจำเป็นว่าจะให้มีตำแหน่งผู้ชำนาญการ 6 หรือ 7-8 ในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เขาจะวิเคราะห์ว่า “หน่วยงาน” นั้นมีความจำเป็นต้องอาศัยผู้มีความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการในด้านนั้นๆ หรือไม่ เป็นหลักในการพิจารณา มิได้ดูที่ตัวบุคคลว่าเก่งหรือไม่เก่ง ชำนาญหรือไม่ชำนาญ ฯลฯ


เมื่อได้กรอบมาแล้วจากนั้นก็เสนอผลงานเพื่อเข้าสู่กรอบตำแหน่งชำนาญการที่ว่าง ยังไม่มีคนครองเป็นลำดับต่อไปและผลงานที่นำเสนอ ไม่จำเป็นต้องมีงานวิจัยแต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือต้องมีคู่มือการปฏิบัติงาน บวกกับผลงานทางวิชาการอย่างอื่นอีก เช่น ผลงานวิจัย ผลงานการวิเคราะห์ , งานแปลเอกสาร , บทความ , สิ่งประดิษฐ์ ฯลฯ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายอย่าง แล้วนำเสนอร่วมกับคู่มือการปฏิบัติงาน ซึ่งหลายคนยังเข้าใจผิดว่าการเสนอผลงานเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งเป็นผู้ชำนาญการต้องมีงานวิจัย(เสมอ) ซึ่งยังเป็นการเข้าใจผิดครับ



26. คำถาม : ถ้าบรรจุมาตั้งแต่เมื่อ 23 ปีที่แล้ว ในตำแหน่งจ.พิมพ์ดีด คิดว่าวุฒิ อนุปริญญา หรือ มศ.5 ไม่แน่ใจแต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่าปริญญาตรี ใช่ไม๊คะ
คำตอบ : เป็นวุฒิที่ต่ำกว่าปริญญาตรีครับ



27. คำถาม : ตอนนี้เป็นตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานบริหาร ระดับ 5 กำลังขอ ระดับ 6 รอประเมินอยู่ค่ะ เรียนถามว่า ถ้าเป็นระบบแท่งแล้ว จะไปอยู่ส่วนไหนคะ เงินเดือนตันที่เท่าไหร่
คำตอบ : เมื่อเข้าระบบแท่งแล้ว จะอยู่ในแท่งประเภททั่วไป ในกระบอกที่สองว่า “ชำนาญงาน” ซึ่งในกระบอกนี้จะเป็นผู้ที่เป็นซี 5 และ ซี 6 เดิม ที่เป็นตำแหน่งที่บรรจุด้วยวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ส่วนเงินเดือนจะไปชนเพดานที่ 33,540 บาท ครับ



28. คำถาม : สำหรับคนที่ยังไม่ขอซี 6 จะเสียเปรียบคนที่ขอมากน้อยแค่ไหนคะ เมื่อเปลี่ยนไปเป็นระบบแท่ง
คำตอบ : ในกระบอกชำนาญงานนี้ เนื่องจากเมื่อเข้ากระบอกแล้วผู้ที่เป็นซี 5 และ ซี 6 เดิมจะไม่มีซีอีกต่อไป และเงินเดือนจะไปตันที่ระดับ 33,540 บาทเท่ากัน ดังนั้นสำหรับคนที่ยังไม่ขอซี 6 จึงไม่ได้เสียเปรียบผู้ที่เป็นซี 6 อยู่ก่อนแล้วแต่ประการใดครับ


เชื้อชาติแฮ้งอย่าเหม็นสาบกุยกัน ผูกสัมพันธ์ไมตรีฮักแพงกันเอาไว้
ไผมีงานหนักหนาให้ซ่อยซูกันอย่าย้านลื่น ไผขี้คร้านกะไขแก้แม่นซ่อยกัน

ด้วยความปรารถนาดีจาก

สุริยพร ยิ่งเจริญกิจขจร