|
"บึ้มบาหลี" ฝีมือใคร?
|
บึ้มเกาะแห่งสวรรค์ |
ปิดฉากฝันระคนโศก |
| เหตุการณ์วิปโยค |
เทพแห่งโชคไม่อวยชัย |
|
แหล่งอารยธรรม |
ใครขย้ำยังสงสัย |
| บินลาเดน
หรือ เจไอ |
ทำลงไปทำไมกัน |
|
สวรรค์เกาะบาหลี |
ป่นขยี้ดับภาพฝัน |
| แกะปมเงื่อนร้อยพัน |
ที่ถูกฟั่นเสียแน่นหนา |
|
หรือสถานการณ์ใคร |
ป่วนโลกให้หวาดผวา |
| เหมือนเหยียบคราบน้ำตา |
(ไป)เป็นผู้กล้านัมเบอร์วัน |
|
เวรัมภา
เสรีอักษร |

เกาะบาหลีอดีตนับว่าเป็นเกาะที่มีความปลอดภัยและความงดงามมากที่สุดเกาะหนึ่งเมื่อเทียบกับหมู่เกาะอื่นๆในอินโดนีเซีย และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการท่องเที่ยวของประเทศนี้อีกด้วย แต่เมื่อเหตุการณ์ระเบิดไนต์คลับ ในวันที่ 12 ตุลาคม 2545 เกิดขึ้น ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาติตะวันตกถึง 200 คนเศษต้องสังเวยชีวิตจึงทำให้โลกต้องตกตะลึง จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุเลือกใช้ระเบิดซีโฟร์ ซึ่งเป็นระเบิดชนิดเดียวกับที่ใช้ในสงคราม คาดว่ามีการวางแผนและเตรียมการ(ที่จะกระทำการดังกล่าว)มาเป็นอย่างดี
และแน่นอนว่างานนี้ต้องมีผู้อยู่เบื้องหลัง
เมื่อข่าวได้แพร่ไปทั่วโลก ในเบื้องต้นหลายฝ่ายทั้งในและนอกประเทศ เชื่อว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้ายในเครือข่ายอัลเคด้า ที่ต้องการทำลายล้างศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆดังเช่นเหตุการณ์ก่อวินาศกรรม เมื่อ 11 กันยายน 2544 ที่ผ่านมาในสหรัฐฯ
ประเด็นที่น่าจับตามองก็คือ นายออสมา บินลาเดน ได้ออกมารับสารภาพว่า เป็นผู้บงการ การก่อเหตุระเบิดที่บาหลี ทั้งนี้เบื้องต้นข่าวถูกนำเสนอโดยนายฮัดสัน นักข่าวชาวกาตาร์ ผู้นำเทปบันทึกเสียงของนายออสมา บินลาเดนออกเผยแพร่ ทำให้หน่วยงานต่างๆ อาทิ หน่วยประมวลข่าวกลางของสหรัฐฯ(CIA) และหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ(NSA) ต้องลุกขึ้นมาพิสูจน์หลักฐานว่าเป็นเสียงของบินลาเดนหรือไม่ โดยใช้เครื่องจับความถี่ของเส้นเสียง ซึ่งมีคุณลักษณะเช่นเดียวกับการตรวจสอบลายนิ้วมือ และที่สุดสำนักข่าวเอพีก็ได้รายงานว่า จากการวิเคราะห์เสียงและองค์ประกอบอื่นๆโดยใช้เวลาราว 1 สัปดาห์ สำนักงานที่ตรวจสอบ(CIA),(NSA) ได้ต่างยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เป็นเสียงของบินลาเดนจริง นั้นหมายถึงผู้นำขบวนการก่อการร้ายหมายเลข1 ของโลกรายนี้ยังมีชีวิตอยู่
ในช่วงเวลาใกล้เคียงนั้นเอง นายโรฮัน กุนารัตนา ผู้เขียนหนังสือ อินไซด์อัลเคด้า:โกบอลล์เน็ตเวิร์ค ออฟ เทอร์เรอร์ ซึ่งเป็นผู้ที่มุ่งศึกษาพฤติกรรม และกระบวนการของกลุ่มอัลเคด้าอย่างใกล้ชิด ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้ชี้ชัดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มอัลเคด้าแน่นอน เพราะเป็นกลุ่มเดียวที่มีความเป็นมืออาชีพ และปฏิบัติการณ์โดยใช้รูปแบบสากล คือใช้อาวุธที่ร้ายแรงและก่อให้เกิดผลกระทบในด้านต่างๆทั่วโลก
ขณะเดียวกันทางการของอินโดนีเซียก็ได้เปิดเผยว่า นายอัมโรซี ศิษย์เอกของนายอาบู บาการ์ บาชีร์ หัวหน้ากลุ่มเจไอ ได้ออกมารับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือวางระเบิดไนต์คลับที่เกาะบาหลีเอง ขณะที่นายจอห์น ฮาเวิร์ด นายกรัฐมนตรีของประเทศออสเตรเลีย ก็ได้เพิ่มน้ำหนักในข้อนี้ด้วย โดยตั้งขอสันนิษฐานว่า กลุ่มก่อการร้ายอัลเคด้าอาจได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มก่อการร้ายท้องถิ่น(เจไอ) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กันกับกลุ่มอัลเคด้านั้นเอง
ถึงอย่างไรก็ตามด้านนายสุทธิชัย หยุ่น นักวิเคราะห์ชื่อดังก็ได้แสดงความคิดเห็นว่าอาจเป็นได้ที่สหรัฐฯลงมือสร้างสถานการณ์นี้เอง แล้วโยนความผิดให้กับผู้ก่อการร้ายท้องถิ่น เพราะสหรัฐฯได้เคยประกาศอย่างชัดเจนว่า ทางอินโดนีเซียมีส่วนร่วมในเครือข่ายหนึ่งของกลุ่มก่อการร้าย
อีกทั้งแหล่งข่าวทางเศรษฐกิจแห่งหนึ่งได้วิเคราะห์ข่าวว่า แผนการวางระเบิดครั้งนี้อาจเป็นแผนร้ายของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ที่อยู่ในภาวะตกต่ำเพื่อต้องการทำลายความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจของประเทศในแถบเอเชียที่มีจีนเป็นพี่เบิ้มอยู่ในขณะนี้
นอกจากนี้แหล่งข่าวกลุ่มมุสลิมในภาคใต้ ของประเทศมาเลเซียได้ให้ข้อมูลว่า กลุ่มก่อการร้ายอัลเคด้า ต้องการทำตามจุดมุ่งหมายหลัก ที่ต้องการแยกตัวเป็นรัฐอิสระ เพื่อที่จะทำให้มีอำนาจในการต่อรองเพื่อให้ได้ดินแดนอิสระตามที่ตนต้องการ ทว่าในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดในการก่อตั้งรัฐอิสระดังกล่าว
ยังมีอีกประการหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ผู้นำประเทศต่างๆได้มีความคิดเห็นที่คล้ายกันว่า สาเหตุอาจมาจากผู้นำประเทศอินโดนีเซียที่ไม่มีความเข้มแข็งพอ ทั้งนโยบายในด้านการเมืองการปกครอง และศักยภาพการปกครอง เมื่อเทียบกับผู้นำคนอื่นๆในภูมิภาคเดียวกัน
และเมื่อไม่นานมานี้เองได้มีข่าวที่น่าชื่นใจของชาวโลกคือ ได้พบหลักฐานเพิ่มขึ้นหลังจากที่ทางการตำรวจของอินโดนีเซีย ได้บุกเข้าตรวจค้นบ้านของนายอิหม่าม ซามูดรา ได้พบหนังสือ วีดีโอ และซีดี ที่บันทึกคำสอนของนายออสมา บินลาเดน จากนั้นตำรวจจึงดำเนินการจับกุมผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าว ขณะที่กำลังหลบหนี ผู้ต้องสงสัยสารภาพว่า ที่วางระเบิดก็เพื่อ ต้องการแก้แค้นให้ชาวมุสลิมที่ไม่ได้รับความยุติธรรม แต่อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อและกำลังรอพิสูจน์หลักฐานว่าเป็นฝีมือของนายซามูดรา หรือไม่
ขณะที่ทั่วโลกจับตามอง และกระหายใคร่จะได้คำตอบว่าสุดท้ายแล้วเป็นฝีมือใคร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ ผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศอินโดนีเซีย ภูมิภาคเอเชีย และทุกประเทศทั่วโลก ในด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว อีกทั้งทางด้านการเมืองและการปกครองด้วยเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียเองก็เร่งใช้มาตรการในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือ ประกาศกฏหมายฉุกเฉิน 2 ฉบับ ที่มีเนื้อหาในด้านการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งยังมีการวางแผนระหว่างประเทศ โดยมีองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องดำเนินการร่วมกันในการวางมาตรการการควบคุมความปลอดภัยทั่วทุกมุมโลก
จากข้อสันนิษฐานและความเป็นมาเบื้องต้น ประเด็นที่น่าจับตามองก็คือ อาจจะเป็นไปได้ที่บินลาเดนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ เพราะจากข้อมูลและหลักฐานที่หน่วยประมวลข่าวกลางและหน่วยความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ อันเป็นหน่วยงานที่ชาวโลกให้ความเชื่อถือและยอมรับ ได้พิสูจน์หลักฐานโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมทั้งได้มีการยืนยันอย่างหนักแน่นเป็นครั้งแรกว่า บินลาเดนมีชีวิตอยู่จริง ก็เป็นไปได้ที่บินลาเดนอาจจะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ร้ายแรงดังกล่าว และกรณีนี้ก็สอดคล้องกับการยอมมารับสารภาพของนายอัมโรซี ว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิด ส่วนทางด้านนายซามูดราที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยนั้นก็ให้การสารภาพว่าตนเองเป็นผู้บงการเรื่องทั้งหมด ทั้งนี้นายอัมโรซีและนายซามูดราอาจจะมีความเกี่ยวข้องกันก็เป็นได้ เพราะผู้ต้องสงสัยดังกล่าวต่างก็มีความสัมพันธ์คือเป็นศิษย์ของผู้นำกลุ่มเจไอ และผู้นำกลุ่มเจไอก็เป็นศิษย์คนสำคัญคนหนึ่งของนายบินลาเดน จึงนับเป็นเรื่องง่ายสำหรับบินลาเดนที่จะก่อเหตุก่อการร้ายเมื่อใดก็ได้ เพราะเครือข่ายของกลุ่มก่อการร้ายอัลเคด้าแฝงอยู่ในที่ต่างๆทั่วโลก
อย่างไรก็ตามอีกประเด็นหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ทางสหรัฐฯอาจจะเป็นผู้สร้างสถานการณ์ขึ้นเอง เพื่อโยนความผิดให้กับบินลาเดน เพราะสหรัฐพยายามโยงใยอิรักเข้ากับกลุ่มก่อการร้ายอัลเคด้า โดยมีการให้ข่าวในทำนองว่า กลุ่มอัลเคด้าเข้าไปซ่องสุมกองกำลังตั้งค่ายฝึกก่อการร้ายทางภาคเหนือของอิรัก และที่ร้ายแรงกว่านั้น ก็คือการพยายามระบุว่าผู้นำอิรักมีความเกี่ยวข้องและรู้เห็นเป็นใจกับปฏิบัติการก่อการร้ายสะเทือนโลกเมื่อ 11 กันยายน 2544 ที่ผ่านมา เพื่อโน้มน้าวพันธมิตรให้หันมาร่วมมือในการโจมตีอิรัก แต่หากจะพิจารณาให้ลึกลงไปสหรัฐฯก็อาจจะมีสิ่งอื่นแอบแฝง โดยเฉพาะต้องการสร้างอำนาจให้กลับคืนมาโดยใช้ "ความถูกต้อง" เข้าบังหน้า ซึ่งก็มิใช่เพียงหวังผลด้านการเมืองเท่านั้น หากยังเป็นเรื่องผลประโยชน์มหาศาลเพื่อครอบครองบ่อน้ำมัน และหากเหตุระเบิดที่บาหลีมีสหรัฐฯเป็นผู้กระทำจริง ก็อาจจะทำเพื่อต้องการสกัดกั้นความเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศในแถบเอเชียที่มีจีนผู้กำลังเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจ และกำลังดีวันดีคืนหนุนหลังอยู่
ที่สุดแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแก่นแท้ของการกระทำนั้น ทำเพื่อความเห็นแก่ตัว หรือเพื่อประโยชน์ส่วนรวมซึ่งยังที่ไม่มีใครสามารถที่จะให้คำตอบได้
แต่สิ่งที่ชาวโลกต้องทำคือ กลับมาตั้งสติแล้วถามตนเองว่ามนุษยธรรมของมวลมนุษยชาติยังคงเหลืออยู่ในโลกนี้จริงหรือ ? และคงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา หรือพื้นที่ส่วนใดของโลกอีก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นการกระทำที่โหดร้ายและก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างประมาณค่ามิได้ !
เขียนโดย
1. นางสาวชลฤดี
ชโยภาส
2. นางสาวประภาศิณี
บูโฮม
3. นายศราวุฒิ
หมื่นกันยา
4. นางสาวปิ่นอนงค์
นาลงพรหม
5. นางสาววรรณชนก
ยิ้มกริ่ม
|