หน้าแรก  |    โครงการ TNN   

การอ่านงานเขียนเชิงวิชาการ

การอ่านงานเขียนเชิงวิชาการมีปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้อง 4 ประการ ดังนี้
  1. สิ่งแวดล้อมในการอ่าน (Context)
  2. วัตถุประสงค์ในการอ่าน (Purpose)
  3. เอกสารที่อ่าน (Text)
  4. กลวิธีการอ่าน (Strategy)

ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทั้ง 4 ประการ สามารถเขียนภาพแสดงได้ดังนี้

1. สิ่งแวดล้อมในการอ่าน (Context)

  • สิ่งแวดล้อมในการอ่านจะกำหนดแนวทางในการอ่าน
  • การตั้งคำถามในการอ่านแตกต่างกันไปในการอ่านเอกสารวิชาการแต่ละสาขา
  • มหาวิทยาลัยคือสถานการณ์ในสังคม สาขาวิชาต่างๆคือหน่วยของสังคม ทั้งสองสิ่งคือสิ่งแวดล้อมในการอ่าน นั่นคือ เอกสารที่อ่านคือสิ่งที่เราต้องการศึกษา มหาวิทยาลัยเป็นตัวกำหนดแนวทางในการอ่าน และสาขาวิชาเป็นสิ่งกำหนดลักษณะของคำถามที่เจาะลึกในเนื้อหาด้านนั้นๆ
  • สิ่งแวดล้อมในการอ่านมีอิทธิพลต่อวิธีอ่านและเหตุผลของการอ่านเรื่องนั้นๆ

2. วัตถุประสงค์ของการอ่าน (Purpose)

การอ่านที่มีจุดประสงค์ชัดเจนจะช่วยให้ผู้อ่านมีแนวทางในการอ่านที่ดี ทั้งยังช่วยให้การใช้เวลาในการอ่านมีความหมายและน่าสนใจด้วย นอกจากนี้วัตถุประสงค์ของการอ่านยังมีความสำคัญ ดังนี้
  1. วัตถุประสงค์ของการอ่านที่แตกต่างกันเป็นผลให้ผู้อ่านมีวิธีอ่านและระดับของการอ่านแตกต่างกัน
  2. ระดับความรู้ของผู้อ่านเป็นตัวกำหนดวัตถุประสงค์ของการอ่าน ผู้อ่านที่มี ความรู้ต่างกันย่อมอ่านด้วยวัตถุประสงค์แตกต่างกัน
  3. การเรียงลำดับความสำคัญของวัตถุประสงค์ของการอ่านนับเป็นสิ่งสำคัญ เรื่องที่อ่านมีวัตถุประสงค์ของการอ่านเรียงตามความสำคัญชัดเจนเพียงใด การอ่านก็เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพียงนั้น
  4. วัตถุประสงค์ของการอ่านสามารถพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของผู้อ่านและข้อเขียนนั้น ๆ เองด้วย ซึ่งสามารถเขียนแสดงภาพได้ดังนี้

    วัตถุประสงค์การอ่าน--->สิ่งที่อ่าน--->วัตถุประสงค์การอ่านที่ปรับเปลี่ยนแล้ว--->สิ่งที่อ่าน

  5. วัตถุประสงค์ของการอ่านกำหนดการตัดสินใจในการเลือกอ่าน การเลือกอ่าน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้อาจเกี่ยวข้องกับวิธีอ่านหลายแบบ เช่น การอ่านเพื่อจับประเด็นสำคัญของเรื่องที่อ่าน เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของเนื้อหาวิชานั้น ๆ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับความต้องการในการเลือกอ่านด้วย

3. ข้อเขียน (Text)

ผู้อ่านที่เข้าใจระเบียบแบบแผนหรือธรรมเนียมนิยมในการเขียนจะรู้ว่าเขาควรจะได้รับอะไรจากการอ่านเรื่องนั้นๆ ข้อเขียนในแต่ละประเภทในแต่ละสาขาวิชาไม่เพียงแต่จะมีวิธีกำหนดโครงสร้างและรูปแบบของเรื่องต่างกันเท่านั้น แต่ยังมีการสร้างเนื้อหาที่ต่างกันด้วย การจะเป็นผู้อ่านที่มีความมั่นใจและสามารถอ่านงานเขียนเชิงวิชาการได้อย่างมีประสิทธิภาพเราจำเป็นต้องทราบสิ่งต่อไปนี้
  1. ชนิดหรือประเภทของข้อเขียนที่เรามักพบเสมอในการอ่านงานเชิง วิชาการ
  2. ธรรมเนียมนิยม (convention) ในการเขียนทั้งในด้านรูปแบบ (format) และโครงสร้าง(structure) ของงานเขียนนั้น ๆ
  3. ชนิดของข้อมูลที่ได้จากการอ่านงานเขียนประเภทนั้น ๆ

    การอ่านข้อเขียนแต่ละชนิดมีผลต่อความเร็วในการอ่าน ซึ่งไม่ใช่ความเร็วในการอ่านโดยตัวของมันเองแต่หมายถึงประสิทธิภาพในการอ่าน และประสิทธิภาพในการอ่านนี้ขึ้นอยู่ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกลวิธีในการอ่านข้อเขียนชนิดนั้น ๆ เป็นสำคัญ

  4. กลวิธีในการอ่าน (Strategy)

ชนิดของงานเขียนและธรรมชาติของเนื้อหาวิชาเป็นสิ่งกำหนดกลวิธีที่ใช้ในการอ่าน และแนวทางในการอ่าน การอ่านที่ดีนั้นผู้อ่านต้องมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในการอ่าน รู้ว่าตน ต้องการอะไรจากการอ่าน การวางกรอบความคิดที่ชัดเจนในการอ่านนี้เองจะช่วยกำหนดวิธีการอ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ สิ่งที่สำคัญก็คือผู้อ่านที่ดีจะอ่านเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน คำถามของผู้อ่านจะช่วยกำหนดมุมมอง หรือทิศทางในการค้นหาคำตอบจากการอ่าน ผู้อ่านที่คำนึงถึงคำถามที่ตนตั้งไว้จะเป็นผู้อ่านที่มีจุดประสงค์หรือทิศทางในการอ่านที่ชัดเจน เป็นผลให้การอ่านบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

ขั้นตอนในการอ่านมีดังนี้

1. ตั้งคำถามก่อนเริ่มต้นอ่าน เช่น
  • จุดประสงค์ในการอ่านของเราคืออะไร
  • เรามีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่อ่านหรือไม่ อย่างไร
  • เราต้องการทราบเรื่องอะไรจากการอ่านนั้น
  • สิ่งที่อ่านเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราอยากรู้หรือไม่
  • สิ่งที่ต้องการทราบหรือหาคำตอบมีอยู่ในสารบัญหรือดัชนีค้นคำหรือไม่
2. การสำรวจส่วนต่าง ๆ ของหนังสือก่อนลงมืออ่าน (Previewing)
  • บทคัดย่อ
  • หัวเรื่องใหญ่ หัวเรื่องย่อย
  • บทนำ บทสรุป
  • ภาพประกอบ กราฟ แผนภูมิ แผนผัง
3. สำรวจเนื้อหาอย่างคร่าว ๆ (Skimming)
  • ใช้เวลาอย่างรวดเร็วในการกวาดสายตาดูว่าเรื่องที่อ่านเป็นเรื่อง เกี่ยวกับอะไร มองหาคำสำคัญ (key words) หรือชื่อต่าง ๆ การใช้คำเชื่อมในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอ การแสดงเหตุผล และข้อสรุปของผู้เขียน เพื่อที่จะได้อ่านเฉพาะประเด็นที่เราต้องการอย่างละเอียดต่อไป 4. บันทึกการอ่าน (Take notes)
  • เลือกบันทึกเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการเขียน
  • แยกประเด็นหลักและประเด็นย่อยของการแสดงเหตุผลหรือข้อเสนอของผู้เขียนตลอดจนหลักฐานอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้สนับสนุนข้อเสนอนั้น
  • บันทึกความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน
  • ตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นที่น่าสนใจ
  • อาจใช้ปากกาสีต่าง ๆ ขีดเส้นใต้ข้อความสำคัญเพื่อช่วยให้มองเห็นได้ง่ายขึ้นในการอ่านภายหลัง
  • ทบทวนบันทึกการอ่านของเราเพื่อให้แน่ใจว่าเราได้คำตอบที่ต้องการ

เอกสารอ้างอิง :

Boddington, P. & Clanchy, J. (1999). Reading for Study and Research. Australia:

Addison Wesley Longman Australia Pty Limited.
หน้าแรก  |    โครงการ TNN  |    top