การฝึกอบรม  การจัดงาน และ การประชุมระหว่างประเทศ

 

v   การฝึกอบรมที่เบิกค่าใช้จ่ายจากทางราชการได้  มีหลักเกณฑ์ดังนี้

1.      ต้องเป็น โครงการหรือหลักสูตรที่มีช่วงเวลาจัดที่แน่นอน

2.      มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคคลหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

3.      ไม่มีการรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ไม่ว่าจะจัดในรูปแบบใดหรือเรียกชื่ออย่างใด

ตัวอย่างเช่น  จัดประชุมทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการ การสัมมนา การบรรยายพิเศษ การฝึกศึกษา การดูงาน และ การฝึกงาน เป็นต้น    

ข้อสังเกต  สำหรับการประชุมคณะกรรมการ   คณะอนุกรรมการ   คณะทำงานการประชุมหารือ จึงไม่ใช่การฝึกอบรม   การได้รับทุนฝึกอบรม การศึกษาต่อ ก็ไม่ถือเป็น “การฝึกอบรม” ตามคำนิยามของระเบียบ

v   ประเภทของการฝึกอบรมตามระเบียบแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่

1.      การฝึกอบรมระดับต้น : ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นบุคลากรของรัฐซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 1 – 2  หรือมีตำแหน่งเทียบเท่า

2.      การฝึกอบรมระดับกลาง : ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นบุคลากรของรัฐซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 3 – 8  หรือมีตำแหน่งเทียบเท่า

3.      การฝึกอบรมระดับสูง : ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นบุคลากรของรัฐซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 9 ขึ้นไป  หรือมีมีตำแหน่งเทียบเท่า

4.      การฝึกอบรมบุคคลภายนอก : ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งมิใช่บุคลากรของรัฐ

v   “บุคลากรของรัฐ”   ในทีนี้หมายถึง ข้าราชการทุกประเภท  พนักงาน   ลูกจ้างของส่วนราชการ   รัฐวิสาหกิจ  หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ   ดังนั้น พนักงานลูกจ้าง ขององค์การมหาชน  องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ  หรือหน่วยงานของทางราชการที่มีกฎหมายจัดตั้งโดยเฉพาะ จึงอยู่ในคำนิยามนี้ด้วย  

v   บุคคลที่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบได้ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่

1.      ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม แขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตาม

2.      เจ้าหน้าที่

3.      วิทยากร

4.      ผู้เข้ารับการฝึกแบรม

5.      ผู้สังเกตการณ์

v   การจัดฝึกอบรมที่จะเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบ มีเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ ดังนี้

1.      จะต้องได้รับอนุมัติโครงการหรือหลักสูตรจากหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณก่อน ไม่ว่าจะเป็นการจัดโดยส่วนราชการจัดเอง จัดร่วมกับหน่วยงานอื่น หรือจ้างจัด

2.      หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ ในที่นี้ หมายถึง หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า

3.      ให้อำนาจหัวหน้าส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมใช้ดุลยพินิจเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นในการจัดฝึกอบรม ได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เหมาะสม และประหยัด ยกเว้น ค่าสมนาคุณวิทยากร ค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก และค่าพาหนะที่ยังคงมีหลักเกณฑ์และอัตรากำหนดไว้   (ตามข้อ15)

1.      ค่าสมนาคุณวิทยากร

                                      อัตราค่าสมนาคุณวิทยากร (บาท : ชั่วโมง)

 

ประเภทวิทยากร

                         อัตรา (บาท : ชั่วโมง)

       ระดับต้น

    บุคคลภายนอก

    ระดับกลาง

     ระดับสูง

1. วิทยากรเป็นบุคลากรของรัฐ

ไม่เกิน 600

ไม่เกิน 600

ไม่เกิน 800

2. วิทยากรที่มิใช่บุคลากรของรัฐ

ไม่เกิน 1,200

ไม่เกิน 1,200

ไม่เกิน 1,600

ข้อสังเกต 

1.      การจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรที่สังกัดเดียวกับส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรม    ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการผู้จัด ที่จะจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรได้ภายใต้อัตราตามตารางข้างต้น  ซึ่งเปลี่ยนจากหลักการเดิมที่ข้าราชการผู้ใดมีหน้าที่ประจำในการเป็นวิทยากรหรือฝึกอบรมจะไม่สามารถเบิกจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรได้

2.      กรณีที่วิทยากรมีความรู้ความสามารถสูงจะจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรสูงกว่าอัตราที่กำหนดต้องให้หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณพิจารณาอนุมัติก่อน    

3.      การนับเวลาเพื่อเบิกจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากร ให้นับตามเวลาที่กำหนดในตารางการฝึกอบรมโดยไม่ต้องหักเวลาที่พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม

4.      การเทียบตำแหน่งเพื่อเบิกค่าตอบแทนวิทยากร ระเบียบกำหนดไว้ ตามข้อ 12 (3) ดังนี้

a.      การฝึกอบรมระดับต้นและกลาง ให้เทียบเท่าข้าราชการระดับ 8 

b.      การฝึกอบรมระดับสูง ให้เทียบเท่าข้าราชการระดับ 10

c.      กรณีวิทยากรเป็นเคยเป็นบุคคลของรัฐมาแล้วให้เทียบตามระดับตำแหน่ง หรือชั้นยศครั้งสุดท้ายก่อนออกจากราชการหรือก่อนออกจากงาน แล้วแต่กรณี 

 

2.      ค่าอาหาร  ตามบัญชีหมายเลข 1 ท้ายระเบียบ

อัตราค่าอาหารในการฝึกอบรม (บาท : วัน : คน)

 

ระดับการ

ฝึกอบรม

การฝึกอบรมในสถานที่ของส่วนราชการ

รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

การฝึกอบรมในสถานที่ของเอกชน

 

ในประเทศ

ในต่าง

ประเทศ

ในประเทศ

ในต่าง

ประเทศ

จัดครบทุกมื้อ

จัดไม่ครบ

ทุกมื้อ

จัดครบทุกมื้อ

จัดไม่ครบ

ทุกมื้อ

1.การฝึกอบรม

ระดับต้น

การฝึกอบรมระดับกลางและการฝึกอบรมบุคคลภายนอก

2. การฝึกอบรมระดับสูง

ไม่เกิน 500

 

 

 

 

ไม่เกิน 700

ไม่เกิน 300

 

 

 

 

ไม่เกิน 500

ไม่เกิน 2,500

 

 

 

 

ไม่เกิน 2,500

ไม่เกิน 800

 

 

 

 

ไม่เกิน 1,000

ไม่เกิน 600

 

 

 

 

ไม่เกิน 700

ไม่เกิน 2,600

 

 

 

 

ไม่เกิน 2,500

 

ข้อสังเกต   สำหรับค่าอาหารว่างระเบียบไม่ได้กำหนดไว้  ให้ส่วนราชการผู้จัดใช้ดุลเบิกค่าใช้จ่ายได้ ตามข้อ 15  โดยคำนึงถึงความจำเป็น  เหมาะสม และประหยัด  เพื่อประโยชน์ของทางราชการ 

 

3.      ค่าเช่าที่พัก

อัตราค่าเช่าที่พักในการฝึกอบรมในประเทศ (บาท : วัน : คน)

ระดับการฝึกอบรม

ค่าเช่าห้องพักคนเดียว

ค่าเช่าห้องพักคู่

1.      การฝึกอบรมระดับต้น การฝึกอบรมระดับกลาง และการฝึกอบรมบุคคลภายนอก

2.      การฝึกอบรมระดับสูง

ไม่เกิน  1,200

 

 

ไม่เกิน  2,000

ไม่เกิน 750

 

 

ไม่เกิน  1,100

 

ข้อสังเกต

1.      ผู้เข้ารับการฝึกอบรมระดับต้น การฝึกอบรมระดับกลาง การฝึกอบรมบุคคลภายนอก และผู้สังเกตการณ์ หรือเจ้าหน้าที่ระดับ 8 ลงมา ให้พักรวมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยให้พักห้องพักคู่ 

2.      กรณีไม่เหมาะสมหรือมีเหตุจำเป็น นอกเหนือจากนี้ จะจัดให้พักห้องพักคนเดียวก็ได้

 

4.  ยานพาหนะ

4.1    กรณีใช้ยานพาหนะของส่วนราชการผู้จัดหรือยืมจากหน่วยงานอื่น  ให้เบิกค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้เท่าที่จ่ายจริง

4.2   กรณีใช้ยานพาหนะประจำทางหรือเช่าเหมายานพาหนะ  ให้เบิกค่าพาหนะได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็นและประหยัด  โดยให้จัดยานพาหนะโดยอนุโลมตามสิทธิของข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ดังนี้

(1)    การฝึกอบรมระดับต้นหรือการฝึกอบรมบุคคลภายนอก ให้จัดยานพาหนะตามสิทธิของข้าราชการระดับ 5 หรือเทียบเท่า

(2)    การฝึกอบรมระดับกลาง  ให้จัดยานพาหนะตามสิทธิของข้าราชการระดับ 6 หรือเทียบเท่า

(3)    การฝึกอบรมระดับสูง ให้จัดยานพาหนะตามสิทธิของข้าราชการระดับ 10 หรือเทียบเท่า   เว้นแต่การเดินทางโดยเครื่องบินให้ใช้ชั้นธุรกิจ ถ้าไม่สามารถเดินทางโดยชั้นธุรกิจได้ให้เดินทางโดยชั้นหนึ่ง

 

v   กรณีที่เป็นการจัดฝึกอบรมบุคคลภายนอก  จัดได้เฉพาะการฝึกอบรมในประเทศเท่านั้น   (ข้อ 10) ถ้าไม่มีการจัดอาหาร ที่พัก หรือยานพาหนะให้ทั้งหมดหรือบางส่วน ให้เบิกค่าใช้จ่ายในส่วนที่ขาด ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่ มิได้เป็นบุคลากรของรัฐเป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก และค่าพาหนะเดินทาง (ข้อ20)  ดังนี้

(1)   ค่าเบี้ยเลี้ยง

(ก)   การฝึกอบรมที่ไม่จัดอาหารทั้ง 3 มื้อ ให้เบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงได้ไม่เกิน คนละ 120 บาท ต่อวัน

(ข)   การฝึกอบรมที่จัดอาหารให้ 2 มื้อ ให้เบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงได้ไม่เกิน คนละ 40 บาท ต่อวัน

(ค)   การฝึกอบรมที่จัดอาหารให้  1 มื้อ ให้เบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงได้ไม่เกิน คนละ 80 บาท ต่อวัน

(2)   ค่าเช่าที่พักให้เบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่ายไม่เกินคนละ 500 บาท ต่อวัน

(3)   ค่าพาหนะเดินทางยกเว้นค่าโดยสารเครื่องบิน ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการผู้จัดการฝึกอบรมที่จะพิจารณาให้เบิกจ่ายตามที่จ่ายจริง หรือให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายตามความจำเป็นและเหมาะสม

   

v   การเทียบตำแหน่ง  ได้มีการกำหนดให้มีความคล่องตัว ยืดหยุ่นมากขึ้น กล่าวคือ

·       ประธานในพิธีเปิด – ปิด แขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตาม เจ้าหน้าที่วิทยากรและผู้สังเกตการณ์ที่มิได้เป็นบุคลการของรัฐ ให้เทียบตำแหน่งได้ ดังนี้

(1)   บุคคลที่เคยเป็นบุคลากรของรัฐมาแล้ว ให้เทียบตามระดับตำแหน่งหรือชั้นยศครั้งสุดท้ายก่อนออกจากราชการหรือออกจากงาน แล้วแต่กรณี

(2)   บุคคลที่กระทรวงการคลังได้เทียบระดับตำแหน่งไว้แล้ว

(3)   วิทยากรในการฝึกอบรมระดับต้นและระดับกลาง ให้เทียบเท่าข้าราชการระดับ 8 ในการฝึกอบรมระดับสูงให้เทียบเท่าข้าราชการระดับ 10 เว้นแต่วิทยากรที่เป็นบุคคลตาม (1) ที่มีชั้นยศสูงกว่าให้ใช้ชั้นยศที่สูงกว่านั้นได้

(4)   นอกจาก (1) (2) หรือ (3) ให้หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณพิจารณาเทียบตำแหน่งตามความเหมาะสม โดยถือหลักการเทียบตำแหน่งของกระทรวงการคลังตาม (2) เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา

·       ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มิได้เป็นบุคลากรของรัฐให้เทียบตำแห่นงได้ดังนี้

(1)    ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในการฝึกอบรมระดับต้น ให้เทียบเท่าข้าราชการตั้งแต่ระดับ 1 ถึงระดับ 2

(2)    ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในการฝึกอบรมระดับกลาง ให้เทียบเท่าข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 ถึงระดับ 8

(3)    ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในการฝึกอบรมระดับสูง ให้เทียบเท่าข้าราชการตั้งแต่ระดับ 9 ขึ้นไป

สำหรับการเบิกค่าพาหนะเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่ ที่พัก หรือที่ปฏิบัติราชการ

ไปยังสถานที่จัดฝึกอบรม ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการผู้จัดการฝึกอบรมหรือต้นสังกัด

 

v   ค่าใช้จ่ายในการจัดงาน     

                        การจัดงานของส่วนราชการตามแผนงานโครงการตามภารกิจปกติหรือตามนโยบายของทางราชการ เช่น การจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาของส่วนราชการ การจัดงานนิทรรศการ การจัดงานแถลงข่าวการจัดการประกวดหรือแข่งขัน หรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เป็นต้นให้หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นเหมาะสมและประหยัด

 

 

 

v   ผู้เข้ารับการฝึกอบรม

1.      ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมได้ต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการและการจัดการประชุมของทางราชการ พ.. 2524  

2.      ผู้มีอำนาจอนุมัติควรอนุมัติให้เข้ารับการฝึกอบรมเฉพาะหลักสูตร/โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนราชการ หรือเกี่ยวข้องในเนื้องานที่ปฏิบัติ 

3.      ค่าใช้จ่ายที่สามารถเบิกจ่ายได้ มีดังนี้

1.      ค่าลงทะเบียน เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง

2.      ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ารับการฝึกอบรม ได้แก่ เบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะ ในส่วนที่ผู้จัดการฝึกอบรมไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายในค่าอาหาร ที่พัก หรือค่าพาหนะ ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหรือผู้สังเกตการณ์เบิกค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่ได้ออกให้ตามหลักเกรฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ สำหรับการคำนวณเวลาเพื่อเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้นับตั้งแต่เวลาที่เดินทางออกจากสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติราชการ จนกลับถึงสถานที่อยู่ หรือสถานที่ปฏิบัติราชการ แล้วแต่กรณี แล้วนำจำนวนวันทั้งหมดมาคูณกับอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางเหมาจ่ายต่อวัน เพื่อเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ในกรณีที่ผู้จัดการฝึกอบรม จัดอาหารบางมื้อในระหว่างการฝึกอบรม ให้หักเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่คำนวณได้ในอัตรามื้อละ 1 ใน  3 ของอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางเหมาจ่ายต่อวัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การจัดประชุมระหว่างประเทศ

 

v   การประชุมระหว่างประเทศ

                        “การประชุมระหว่างประเทศ”  หมายความว่า การประชุมหรือสัมมนาระหว่างประเทศที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ รัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศจัด หรือ จัดร่วมกันในประเทศไทยโดยมีผู้แทนจากสองประเทศขึ้นไปเข้าร่วมประชุมหรือสัมมนา

                        บุคคลที่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการประชุมระหว่างประเทศได้แก่

(1)   ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการประชุม แขกผู้มีเกียรติและผู้ติดตาม

(2)   เจ้าหน้าที่

(3)   เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานลักษณะพิเศษ

(4)   วิทยากร

(5)   ผู้เข้าร่วมประชุม

 

v   ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมระหว่างประเทศ

1.      การประชุมที่ผู้เข้าร่วมประชุมเป็นบุคคลระดับรัฐมนตรีหรือสมาชิกรัฐสภาขึ้นไป  ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ

2.      นอกเหนือจากข้อ 1 ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตรา ดังนี้

(ก)   ค่าอาหารและเครื่องดื่ม กรณีจัดครบทุกมื้อไม่เกินคนละ 1,200 บาท ต่อวัน กรณีจัดไม่ครบทุกมื้อไม่เกินคนละ 800 บาทต่อวัน

(ข)   ค่าเช่าที่พักไม่เกินคนละ  2,000 บาทต่อวัน

(ค)   ค่าพาหนะให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ

3.      อัตราค่าสมนาคุณวิทยากร ให้เบิกจ่ายตามความจำเป็น เหมาะสมโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ สำหรับหลักเกณฑ์อื่นๆ ให้ถือปฏิบัติเช่น เดียวกับการฝึกอบรม

4.      เงินรางวัลสำหรับเจ้าหน้าที่ซึ่งจะเป็นบุคลากรของรัฐ หรือบุคคลอื่นที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ได้รับเฉพาะวันที่ปฏิบัติงานคนละไม่เกิน 200 บาทต่อวัน

5.      ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานลักษณะพิเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเภทนี้มิใช่บุคลากรของรัฐ แต่ได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าส่วนราชการผู้จัดการประชุมระหว่างประเทศให้ปฏิบัติงานในการประชุมระหว่างประเทศ เช่น พนักงานพิมพ์ดีด ล่าม ฯลฯ ให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนเฉพาะวันที่ปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และอัตราที่หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณกำหนด

6.      ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็น เหมาะสมและประหยัด

 

v   ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม

1.      ค่าลงทะเบียน ค่าธรรมเนียมให้เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริง

2.      ค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะ ถ้าส่วนราชการหรือหน่วยงานผู้จัดการประชุมได้ออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่าพาหนะทั้งหมดให้ผู้เข้าร่วมประชุมงดเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายกรณีค่าลงทะเบียนไม่รวมค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่าพาหนะหรือรวมไว้บางส่วน หรือส่วนราชการหรือหน่วยงานผู้จัดการประชุมไม่ออกค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่าพาหนะทั้งหมดหรือออกให้บางส่วน ให้ผู้เข้าร่วมประชุมเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนที่ขาดหรือส่วนที่มิได้ออกให้จากส่วนราชการต้นสังกัดได้ ดังนี้

2.1)            กรณีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นบุคคลระดับ รัฐมนตรีหรือสมาชิกรัฐสภาขึ้นไป ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

2.2)            กรณีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นบุคคล นอกจาก 2.1 ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราดังนี้

(ก)    ค่าอาหารและเครื่องดื่ม กรณีจัดครบทุกมื้อไม่เกินคนละ 1,200 บาทต่อวัน กรณีจัดไม่ครบทุกมื้อไม่เกินคนละ 800 บาทต่อวัน

(ข)    ค่าเช่าที่พักไม่เกินคนละ 2,000 บาทต่อวัน

(ค)    ค่าพาหนะให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและเหมาะสมโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ

 

v   การให้หน่วยงานอื่นจัดหรือการจ้างผู้อื่นจัด

สำหรับการจัดฝึกอบรม การจัดงานและการจัดประชุมระหว่างประเทศที่กล่าวมาทั้ง

หมดนี้ ถ้าส่วนราชการผู้จัดจะไม่ดำเนินการเอง แต่มีความประสงค์ที่จะจ้างผู้อื่นหรือหน่วยงานอื่นดำเนินการ  ก็สามารถดำเนินการได้ โดยวิธีการจัดจ้างต้องดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐตรีว่าด้วยพัสดุ พ.. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้ใช้ใบเสร็จรับเงินของผู้รับจ้างเป็นหลักฐานการจ่าย