การคมนาคมทางถนนหรือทางรถยนต์

        การคมนาคมทางถนนหรือทางรถยนต์
การคมนาคมขนส่งทางรถยนต์โยทางถนนหรือทางหลวง ซึ่งในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ด้วยกัน คือ

1) ทางหลวงแผ่นดิน หมายถึง ถนนที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ การปกครองและการป้องกันประเทศ เช่น ถนนพหลโยธิน ถนนมิตรภาพ
ถนนเพชรเกษม และถนนสุขุมวิท
2) ทางหลวงจังหวัด ได้แก่ ถนนที่เชื่อมติดระหว่างศาลากลางจังหวัดกับอำเภอหรือสถานที่สำคัญของจังหวัดนั้น ๆ
3) ทางหลวงชนบท เป็นถนนที่ใช้ติดต่อระหว่างอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านของอำเภอ
4) ทางกลวงเทศบาล คือ ถนนที่ใช้เป็นทางคมนาคมติดต่อภายในเขตเทศบาล
5) ทางหลวงสุขาภิบาล เป็นทางหลวงที่สุขาภิบาลดำเนินการก่อสร้างและบำรุงรักษาใช้ติดต่อระหว่างอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านในเขตสุขาภิบาล
6) ทางหลวงสัมปทาน หมายถึง ถนนที่เอกชนได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ได้สร้างขึ้นเพื่อการคมนาคมหรือเพื่อการอุตสาหรรม
7. ทางหลวงพิเศษ เป็นทางหลวงที่สร้างได้มาตรฐาน เพื่อให้การจราจรผ่านไปได้ตลอด และรวดเร็วเป็นพิเศษ เช่น สายธนบุรี – ปากท่อ
ทางหลวงแผ่นดินที่สำคัญของไทย ที่เชื่อมภาคต่าง ๆ ของประเทศ ได้แก่

(1) สายเหนือ หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธิน เริ่มจากกรุงเทพมหานคร ถึงจังหวัดเชียงราย เป็นระยะทาง 952 กิโลเมตร
(2) สายตะวันออกเฉียงเหนือ หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ จากจังหวัดสระบุรีไปสิ้นสุดที่จังหวัดหนองคาย
คิดเป็นระยะทาง 508 กิโลเมตร
(3) สายตะวันออก หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 หรือถนนสุขุมวิท เริ่มจากกรุงเทพมหานคร ไปสิ้นสุดที่จังหวัดตราด ค
ิดเป็นระยะทาง 400 กิโลเมตร
(4) สายใต้ หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม เริ่มจากกรุงเทพมหานคร ไปสิ้นสุดอำเภอสุไหงโก – ลก คิดเป็นระยะทาง 1,596 กิโลเมตร

ทางหลวงสายเอเชียในประเทศ

     ทางหลวงสายเอเชีย เป็นเส้นทางที่เชื่อมการติดต่อระหว่างประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชียเริ่มจากทางตะวันตกของทวีป คือ จากประเทศตุรกี ผ่านอีรัก อิหร่าน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย บังกลาเทศ สาธารณรัฐนิยมแห่งสหภาพพม่า ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชาประชาธิปไตย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
เส้นทางสายเอเชียในประเทศไทยมีทั้งหมด 6 สาย เป็นสายประธาน 3 สาย และสายรองอีก 3 สาย รวมเป็นระยะทาง 4,459 กิโลเมตร
สายประธาน ได้แก่ สาย A -1 , A – 2 และ A – 12
สาย A – 1 เริ่มจากพรมแดนพม่าที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ นครนายก ปราจีนบุรี จนจรดพรมแดนกัมพูชาที่อำเภออรัญประเทศ ระยะทางประมาณ 703 กิโลเมตร
สาย A – 2 เริ่มจากพรมแดนพม่าที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และมาบรรจบกับจังหวัดสงขลา เป็นระยะทาง 2,254 กิโลเมตร
สาย A – 12 เริ่มจากสามแยกหินกอง จังหวัดสระบุรี (ซึ่งเป็นจุดที่สาย A – 1 และ A – 2 มาบรรจบ) ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี จนถึงหนองคาย เป็นระยะทาง 881 กิโลเมตร
สำหรับทางสายรอง 3 สาย ได้แก่ สาย A – 14 , A – 15 และ A – 18
สาย A – 15 เริ่มจากจังหวัดอุดรธานีผ่านจังหวัดสกลนคร ไปสิ้นสุดที่จังหวัดนครพนมระยะทาง 254 กิโลเมตร
สาย A – 18 เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อจาก A – 2 ที่จังหวัดชุมพร ผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง หาดใหญ่ ปัตตานี นราธิวาส ไปจดเขตแดนมาเลเซียที่สุไหงโก – ลก จดพรมแดนมาเลเซีย ระยะทาง 881 กิโลเมตร
ในการเดินทางโดยทางถนนนั้น ถ้าต้องการทราบว่าอยู่บนทางหลวงเลขที่เท่าใด ให้ดูจากป้ายข้างไหล่ทางทางด้านซ้ายมือซึ่งเป็นสีขาว และมีเส้นกรอบบางสีดำเป็นรูปครุฑ มีตัวเลขอยู่ในกรอบครุฑ ถ้าเป็นตัวเลขตัวเดียว เช่น 1 หรือ 2 หรือ 3 จะเป็นถนนสายประธานหรือสายหลัก ถ้าเป็นตัวเลขตั้งแต่ 3-4 ตัวขึ้นไป มักจะเป็นสายย่อยที่แยกไปจากสายหลัก ส่วนที่มีป้ายสีขาว มีตัว เอใหญ่ สีฟ้าเข้ม และมีหมายเลขกำกับ เช่น A -1, A -2 , A – 12 , A – 14 เป็นทางหลวงสายเอเชียในส่วนที่ผ่านประเทศไทย

ปัจจุบันทางหลวงสายเอเชียที่สร้างเสร็จและใช้การได้แล้ว ประมาณร้อยละ 80 ส่วนเส้นทางที่ยังใช้ไม่ได้นั้นก็มี เส้นทางจากไทยผ่านพม่า และทางจากไทยผ่านพม่า และจากบังกลาเทศผ่านเนปาล ถ้าหากเส้นทางสายเอเชียสำเร็จเรียบร้อยตามโครงการที่โครงการอีคาเฟ่ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเอสแคป) ได้วางไว้ ประชาชนชาวไทยและประเทศต่าง ๆ จะสามารถเดินทางโดยรถยนต์ ผ่านประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย เข้าไปถึงประเทศในทวีปยุโรปได้

ไปหน้าถัดไป