จดหมายข่าวประจำเดือน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31


ประจำวันที่ 30 ตุลาคม 2552

ศึกษาศาสตร์ ยกทีมบุกไบเทค จัดแสดง 3 ผลงานวิจัยนวัตกรรมทางการศึกษาระดับนานาชาติ EDUCA 2009

เมื่อวันที่ 15-17 ตุลาคม 2552 ผศ. ดร.ไพศาล  สุวรรณน้อย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำทีมคณาจารย์
และคณะวิจัยนวัตกรรมทางการศึกษา เข้าร่วมจัดแสดงและนำเสนอผลงานวิจัยจำนวน 3 โครงการ ในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ
“1st International Conference on Learning & Teaching : Active Learning and EDUCA 2009” ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

การประชุมวิชาการระดับนานาชาติครั้งนี้ เป็นการสัมมนาผลงานวิจัยทางการศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักการศึกษาในแวดวงครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ   ครูและบุคลากรทางการศึกษา ภาคเอกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสื่อการเรียนการสอนและนวัตกรรมทางการศึกษา ได้ใช้เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมกับที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ (กลุ่ม 16) และที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ รวม 71 สถาบัน และ บริษัทปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการนวัตกรรมทางการศึกษาจากสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนต่างๆ การนำเสนอผลงานวิจัย
ของนักวิชาการชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งคณะศึกษาศาสตร์ มข. ได้นำเสนองานวิจัยจำนวน 3 โครงการ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก คือ

1. โครงการ “ นวัตกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ADHD, LD, และ Autistic” โดย รศ. ดร. เพ็ญณี แนรอท รศ. ดร. วัลลภา อารีรัตน์ รศ. สุวรี ศิวะแพทย์ และ ดร. สมพร หวานเสร็จ (ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 9)

2. โครงการ “ กลยุทธ์การพัฒนาและการขับ เคลื่อนการพัฒนาคุณลักษณ์ที่พึงประสงค์ของนักเรียนโดย ใช้เครือข่ายวิจัยการศึกษา”
โดย ผศ. ดร. ไพศาล สุวรรณน้อย ผศ. ดร. ธีรชัย เนตรถนอมศักดิ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเครือข่าย 12 สถาบัน

3. โครงการ “ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางปัญญา” โดย รศ. ดร. สุมาลี ชัยเจริญ  ผศ. สุชาติ วัฒนชัย  ดร. จารุณี ซามาตย์
อ.ฐิติมา  กำลังเลิศ และ ดร. อิศรา ก้านจักร 

ภาพ/ข่าว โดยคณะศึกษาศาสตร์

  ผู้นำองค์กรกิจกรรมนักศึกษา ดูงาน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับ ม.ดานัง เวียดนาม

วันที่ 21 - 24  ตุลาคม ที่ผ่านมา ฝ่ายพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
จัดโครงการแลกเปลี่ยนผู้นำองค์กรกิจกรรมนักศึกษาสู่ความเป็นสากล ครั้งที่ 5 ณ มหาวิทยาลัยดานัง ( University of Danang) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่นักศึกษาที่เป็นผู้นำองค์กรกิจกรรม
นักศึกษาระดับชมรม  และเป็นการเปิดโลกทัศน์นักศึกษาในการเรียนรู้
ศิลปวัฒนธรรมและวิชาการในต่างประเทศ ศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชนต่างชาติ ตลอดจนแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมและวิชาการระหว่างนักศึกษาไทยและนักศึกษาเวียดนาม

การดูงานครั้งนี้ นำโดย   ผศ. ดร. อนุชา  นิลประพันธ์  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา  อ. ณรินทร์  เจริญทรัพยานนท์ รองคณบดี
ฝ่ายสารสนเทศและการต่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ อ. บุรินทร์   เปล่งดีสกุล  ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา  คณะศิลปกรรมศาสตร์
นายภาสกร  เตือประโคน หัวหน้าหน่วยองค์การนักศึกษาและสภานักศึกษา  กองกิจการนักศึกษา และ นางสาวมณทกานต์  แถวสามารถ
เจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์  นำนักศึกษาที่เป็นประธานชมรม จำนวน  51  คน  ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนวิชาการและศิลปวัฒนธรรม  ณ  มหาวิทยาลัยดานัง  นครดานัง  ซึ่งได้รับการต้อนรับจากผู้บริหาร คณาจารย์และนักศึกษาอย่างคับคั่ง

นายภาสกร  เตือประโคน: รายงาน

ผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ ออกเยี่ยมนักศึกษาในพื้นที่ฝึกภาคสนาม

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2552 ศ. นพ. ภิเศก ลุมพิกานนท์  คณบดี
คณะแพทยศาสตร์ มข. และ รศ. นพ. วิทูรย์ ประเสริฐเจริญสุข
รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและวิเทศสัมพันธ์ ร่วมออกเยี่ยมนักศึกษาฝึกภาคสนามร่วม ณ  พื้นที่หมู่บ้านลำพาน  ต. บึงวิชัย อ. เมือง
จ. กาฬสินธุ์  ซึ่งมีนักศึกษาจากคณะต่าง ๆ ในศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพเข้าร่วม ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์คณะเทคนิคการแพทย์ คณะพยาบาลศาสตร์ และนักศึกษาจากวิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย รวมทั้งสิ้น 529 คน
และอาจารย์ที่ปรึกษาอีก 70 คน ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่คณาจารย์ และนักศึกษา โดยมี รศ. นพ. สมเดช  พินิจสุนทร
อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน และเหล่านักศึกษาให้การต้อนรับ

ภาพ/ข่าว โดยคณะแพทยศาสตร์

นศ. ปริญญาเอก คณะเทคนิคการแพทย์ ได้รับ รางวัล Young Investigator Award 2009

น.ส. รุ่งนภา ปานกล้า นักศึกษาปริญญาเอกสาขาชีวเวชศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับ รางวัล Young Investigator Award 2009 จากการประชุม European Melioidosis Network Conference ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2552 และได้เสนอผลงานวิจัยด้วยวาจาเรื่อง Genomic transcriptional profiling identifies candidate blood biomarker signatures for septicemic melioidosis โดยมี ดร. กาญจนา เลิศมีมงคลชัย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

คณะเทคนิคการแพทย์ รายงาน

เปิดแล้ว.. มหกรรมหนังสือ KKU BOOK FAIR

ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดมหกรรมหนังสือ KKU BOOK FAIR
ขึ้น ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม - 7 พฤศจิกายน 2552 ที่ศูนย์อาหารและบริการ มข.
เพื่อเป็นงานจำหน่ายหนังสือ ตำรา จากตัวแทนและสำนักพิมพ์จำนวน 50 ร้าน
ที่จะส่งเสริมให้บุคลากรและนักเรียนรักการอ่าน สร้างบรรยากาศทางวิชาการ เป็นโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเลือกหนังสือได้หลากหลาย โดยได้มีพิธีเปิดงานเมื่อวานนี้ ( 29 ตุลาคม 2552 ) โดย รศ. รังสรรค์ เนียมสนิท รองอธิการบดีฝ่ายแผนและสารสนเทศ


ประจำวันที่ 29 ตุลาคม 2552

กฐินพระราชทาน มข. จัดสมพระเกียรติฯ พลังศรัทธาล้นหลาม ยอดกฐิน 2 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 24 – 25 ตุลาคม 2552  มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้อัญเชิญผ้าพระกฐิน
พระราชทานไปทอดถวาย ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม มีประชาชนทั้งจากจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครพนม เดินทางไปร่วมทำบุญมหากุศลในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก  โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น บริจาคตั้งต้น 1,000,000 บาท  ปัจจัยถวายวัด 54,800 บาท  เงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา  794,538.36 บาท
รวมเป็นเงิน 1,849,338.36  บาท และในวันถวายผ้าพระกฐินมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ได้บริจาคสมทบเพิ่มอีก จำนวน 150,661.64 บาท รวมเป็นเงินทำบุญที่ทั้งสิ้น 2,000,000 บาท โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดโรงทาน ให้บริการอาหาร/เครื่องดื่มแก่ผู้มาร่วมทำบุญ ตลอดงาน   

ช่วงเย็นของวันที่ 24 ตุลาคม ได้มีการจัดพิธีบวงสรวงพระธาตุพนม พิธีเจริญพระพุทธมนต์องค์พระกฐินพระราชทาน พิธีเวียนเทียนรอบพระธาตุพนม พิธีบำเพ็ญกุศลฉลองสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน และการแสดงแสงสีเสียงวงดนตรีโปงลางนาฏศิลป์
พื้นบ้าน จากนักศึกษาสาขาวิชาดนตรีและการแสดงพื้นเมือง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น   ใช้ทีมงานและผู้ร่วมแสดงทั้งสิ้นกว่า 100 คน สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงเช้าวันที่ 25 ตุลาคม ตั้งขบวนแห่งองค์พระกฐินพระราชทานบริเวณถนนด้านทิศ
ตะวันออกของวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เพื่อเคลื่อนขบวนเข้าสู่วัด โดยในพิธีถวาย
ผ้าพระกฐินพระราชทาน   ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. สุมนต์  สกลไชย อธิการบดี
เป็นประธาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย โอกาสนี้ นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดนครพนม ร่วมเป็นเกียรติในพิธีด้วย

ผศ. วิชัย ณีรัตนพันธุ์ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและศิษย์เก่าสัมพันธ์  กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ
โปรดเกล้าฯ เป็นผู้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานมาแล้ว 4 ครั้ง โดยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2541 ทอดถวาย ณ วัดธาตุพระอารามหลวง
จ. ขอนแก่น และหลังจากนั้นกฐินพระราชทานก็ได้อัญเชิญไปทอดถวาย ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อีก 3 ครั้ง คือ พ.ศ. 2546 , 2549 และในปีนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ได้เป็นผู้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน เพื่อนำไปทอดถวาย  ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อีกครั้งหนึ่ง  จึงนับว่าเป็นความโชคดีของชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ได้บำเพ็ญบุญมหาบารมีอันเป็นบุญใหญ่ปีละครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นกฐิน
พระราชทานด้วยแล้ว ก็นับว่านานปีที่จะมีโอกาสดี ๆ เช่นนี้   

ทีมบริหารคณะแพทย์ฯ แถลงนโยบายการบริหารงาน

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2552 ที่ห้องประชุมมอดินแดง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีการแถลงนโยบายการบริหารงานของคณบดี และทีมบริหาร ชุดที่ 9 ซึ่งเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 โดยมีวาระการบริหารเป็นเวลา 4 ปี โดยเป็นการแถลงต่อบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์ และสื่อมวลชนที่มาร่วมงานจำนวนมาก

ผู้บริหารคณะ ชุดที่ 9 ประกอบด้วย ศ. นพ. ภิเศก ลุมพิกานนท์ คณบดี ผศ. นเรศ
วโรภาสตระกูล รองคณบดีฝ่ายบริหาร รศ. นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล รองคณบดีฝ่ายโรงพยาบาล รศ. นพ. พจน์ชวิทย์ อภินิเวช รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา
รศ. จินตนา สัตยาศัย รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ศ. นพ.สมบูรณ์ เทียนทอง รองคณบดี
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ศ. นพ. วีรจิตต์ โชติมงคล รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา
รศ. โสพิศ วงศ์คำ รองคณบดีฝ่ายวิจัย รศ.นพ. วิทูรย์ ประเสริฐเจริญสุข รองคณบดี
ีฝ่ายกิจการพิเศษและวิเทศสัมพันธ์ รศ. นพ. สุรพล วีระศิริ รองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพ


ในการแถลงนโยบายครั้งนี้ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ได้กล่าวถึงการปรับโครงสร้างการบริหาร เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันและนโยบายในการพัฒนาด้านต่าง ๆ อันสอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ พันธกิจ และปรัชญาของคณะฯ โดยการมีส่วนร่วมของบุคลากร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับบริการ ส่งเสริมการพัฒนาในทุกด้าน สร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งระดับชาติและนานาชาติ

ชมรม บีบีกัน มข. ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานฯ

จังหวัดขอนแก่นโดย ความร่วมมือของชมรมมิตรภาพ บีบี คลับ และชมรมบีบีกันทั่วประเทศ ได้จัดการแข่งขัน ยิงปืนอัดลมบีบีกัน E-SAAN CHARITY CUP ASTG # 2 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร นำรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อมูลนิธิ
สายใจไทย และมอบให้กับชมรม สมาคมเพื่อการกุศลในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 24 - 25 ตุลาคม 2552 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น โดยมีตัวแทนชมรมยิงปืนบีบีกันทั่วประเทศกว่า 500 คนเข้าร่วมการแข่งขัน

ในการนี้ ชมรม บีบีกันมหาวิทยาลัยขอนแก่น องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 2 ทีมๆ ละ 6 คน
นำโดย นาย ศรัณย์ สิทธิพรหม หัวหน้าทีม A และ นาย พงศ์พินิจ พูลสวัสดิ์ หัวหน้าทีม B โดยเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะกีฬาชนิดใหม่ สร้างความสามัคคี และเพื่อการเผยแพร่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยการมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านการกีฬาในระดับประเทศ ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ ชมรมบีบีกันมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นผู้สนับสนุนค่าสมัคร นักกีฬาเป็นผู้จัดหาปืน อุปกรณ์ และเครื่องแต่งกายเอง

การแข่งขันกีฬาบีบีกันในรูปแบบการยิงต่อสู้ หรือบางครั้งเรียกว่า ยุทธกีฬาจำลอง เป็นที่นิยมแพร่ หลายมานานในต่างประเทศแต่เพิ่งได้รับความนิยมในประเทศไทยประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา เป็นกีฬาที่ใช้ทักษะการวางแผนการต่อสู้ร่วมกัน และความคล่องในการใช้อาวุธที่เป็นปืนไฟฟ้า ตลอดจนความแข็งแรง และความรวดเร็วในการทำเกมส์ การตัดสินใช้อุปกรณ์เซนเซอร์อิเลคโทรนิคส์ ( ASTG ) และกติกาการตัดสินระบบสากล และเป็นรายการแข่งขันครั้งที่ใหญ่ที่สุดในระดับภูมิภาคของประเทศ

ผลการแข่งขันทีมจากกรุงเทพฯได้ครองถ้วยพระราชทานฯในปีนี้ ขณะที่ทีมจาก มข. ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก ถือได้ว่าเป็นการฝึกฝนเพื่อหาประสบการณ์ นำชื่อและตราของสถาบันไปปรากฏต่อหมู่นักกีฬาทั้ง 48 ทีม แม้ยังไม่ได้รับความสำเร็จแต่ก็สามารถสร้างสีสัน
ในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นส. พิชชา วงศระศีล นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของนักกีฬาหญิงที่ร่วมการแข่งขัน ที่โชว์ความสามารถได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้นักกีฬาชาย

อุดมชัย สุพรรณวงศ์ รายงาน


ประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2552

ฝ่ายพัฒนานักศึกษา ชื่นชมความสำเร็จโครงการรับน้องอย่างสร้างสรรค์ปลอดเหล้าและความรุนแรง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้สนับสนุนการจัดกิจกรรม  "โครงการรับน้องปลอดเหล้า" ประจำปีการศึกษา 2552 ให้กับองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และยังได้จัดประกวดการดำเนินโครงการ โดยองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับรางวัลชนะเลิศอับดับที่ 1 ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ระดับประเทศ นับเป็นความสำเร็จด้านหนึ่งของกิจการนักศึกษา และเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมอันเป็นภาพลักษณ์ที่ดีขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผศ. ลิขิต อมาตยคงรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา มข. ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว KKU NEWS ถึงความคิดเห็นต่อการประกาศผลรางวัลในครั้งนี้ว่า เรื่องการรับน้องอย่างสร้างสรรค์ ปลอดเหล้า ปลอดอบายมุข เป็นนโยบายสำคัญของมหาวิทยาลัย เพราะเล็งเห็นว่าสังคมมีความคาดหวังและต้องการความเชื่อมั่นจากสถาบันอุดมศึกษา อีกทั้งอบายมุข และเหล้า เป็นต้นเหตุของ ปัญหาความรุนแรงอื่น ๆ อีกมากมายดังนั้น การดูแลกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการรับน้องใหม่ของเราจึงต้องดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และมีการประสานงานกันในทุกระดับ ให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมกำหนดกฎกติกาในการทำกิจกรรม ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมา นับได้ว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นมีกิจกรรมอันเป็นภาพลักษณ์ที่ดีมาโดยตลอด ส่งผลต่อชื่อเสียงของสถาบัน

สำหรับการได้รับรางวัลในครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยย้ำให้เห็นถึงทิศทางการดำเนินกิจกรรมอันเป็นที่ยอมรับของสังคมและองค์กรภายนอก แต่ก็นับได้ว่าเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจอันเกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น รุ่นพี่คณะทำงานด้านกิจกรรมการรับน้อง พี่เลี้ยงน้องใหม่ สโมสรนักศึกษาคณะต่างๆ รวมถึงฝ่ายพัฒนานักศึกษาทุกคณะ และอาจารย์ที่ปรึกษา เชื่อว่าผลของความสำเร็จจะทำให้ผู้ปกครองเกิดความเชื่อมั่นและอบอุ่นใจ ซึ่งการดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์ ปลอดเหล้า ปลอดอบายมุข ปลอดความรุนแรง จะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อตัวนักศึกษาที่จะเกิดประสบการณ์ในการทำงานที่ดีของกิจกรรมเสริมหลักสูตร มีการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มีคุณค่าต่อตัวเอง เรียนรู้การเสียสละในการทำงานเพื่อสังคมในอนาคต

ผศ. ลิขิต อมาตยคง ยังกล่าวเสริมอีกว่า ฝ่ายพัฒนานักศึกษาจะได้นำผลคะแนนและเกณฑ์การตัดสินของ สสส. มาศึกษาเพื่อหาแนวทางสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดผลที่ดียิ่งขึ้นในปีต่อ ๆ ไป อันจะเป็นกำลังใจให้กับนักศึกษาในการทำกิจกรรม

อุดมชัย สุพรรณวงศ์ / ข่าว

ทีมวิจัยคณะทันตแพทย์ ได้รับทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

ผศ. ทพญ. ดร. วรานุช   ปิติพัฒน์ เปิดเผยว่า ทีมวิจัยจากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับทุนวิจัย NYU Global Public Health Research Challenge Fund ร่วมกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ( New York University) ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อทำวิจัย
หาความสัมพันธ์ระหว่างโรคปริทันต์อักเสบและโรคเบาหวานในหญิงมีครรภ์ เนื่องจากพบว่าหญิงมีครรภ์ที่มีเหงือกอักเสบและมีโรคปริทันต์อย่างรุนแรง มักจะพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับสูงร่วมด้วย

ทีมวิจัยจาก มข. ประกอบด้วย คณาจารย์และนักศึกษาหลังปริญญาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ ร่วมกับ รศ. นพ. วิทูรย์ ประเสริฐเจริญสุข ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทย ศาสตร์ และ ทพญ. กรรณิกา สุมานนท์ กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลขอนแก่น โดยมี ผศ. ทพญ. ดร. วรานุช ปิติพัฒน์ ภาควิชาทันตกรรมชุมชน คณะทันตแพทยศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมด้วยทีมผู้ร่วมวิจัยจากภาควิชาปริทันตวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ ประกอบด้วย รศ. ทพญ. ดร. นวรัตน์ วราอัศวปติ เจริญ   ผศ. ทพญ. วราภรณ์  สุวรรณรงค์ อ. ทพญ. ดร. ดุษฎี  หอมดี และนักศึกษาหลังปริญญา ทพญ. อัญญารัตน์  โชควิริยะจิตต์
ในส่วนของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ( New York University ) ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบไปด้วย Professor Ananda
P. Dasanayake, ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาและการส่งเสริมสุขภาพ และ Director of the graduate programs in clinical research ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการพัฒนาการวิจัยในคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ไปสู่ระดับสากล และผลักดันให้คณะทันตแพทยศาสตร์ก้าวไปสู่สถาบันชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ให้สมดังวิสัยทัศน์ของคณะฯ ที่ได้ตั้งไว้ต่อไป

ภาพ/ข่าว โดยคณะทันตแพทยศาสตร์

คณะวิทยาการจัดการ มข. สานความร่วมมือทางการศึกษาและเศรษฐกิจ - ธุรกิจ กับมหาวิทยาลัยในเวียดนาม

อาจารย์พงศ์พันธุ์ ศรัทธาทิพย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และรับผิดชอบด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หัวหน้ากลุ่มวิชาการโรงแรม คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 - 20 ตุลาคม 2552
ได้นำผู้แทนผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรคณะฯ จำนวน 26 คน เดินทางไปสร้างความสัมพันธ์ เจราจาความร่วมมือทางวิชาการ และศึกษาดูงาน ณ มหาวิทยาลัยดานัง และ มหาวิทยาลัยเว้ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
ซึ่งคณะวิทยาการจัดการ ได้ตระหนักถึงนโยบายในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการกับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยในภูมิภาคลุ่มน้ำโข และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อมุ่งสู่การเป็นนานาชาติในภูมิภาคดังกล่าว รวมทั้ง เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับบุคลากร ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบการบริหารจัดการที่มีการแข่งขันดังเช่นปัจจุบัน
และที่สำคัญเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในความสัมพันธ์ และความร่วมมือทางการศึกษา และเศรษฐกิจ – ธุรกิจ ให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานต่อไป

โดยเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2552 ได้เข้าเยี่ยมมหาวิทยาลัยดานัง และมหาวิทยาลัยเว้ เพื่อสานสัมพันธ์และเจรจาความร่วมมือทางวิชาการ
รวมทั้ง ได้ศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการทั่วไป ซึ่งได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัย คณะ และฝ่ายต่าง ๆ เป็นอย่างดียิ่ง ประเด็นสำคัญจากการเจรจาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย อาจารย์พงศัพันธุ์ ศรัทธาทิพย์ ผู้แทนคณะวิทยาการจัดการ กับ Dr. le Viet Dung รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ และ Dr. Ha Guang Tho หัวหน้าสาขาวิชาด้านการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยดานัง ได้เน้นความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนอาจารย์ นักศึกษาและการทำวิจัยร่วมกัน โดยเฉพาะสาขาวิชาการจัดการการโรงแรมและการท่องเที่ยว และสาขาวิชาการตลาด

ส่วนการเจรจาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่าง Dr. Le Van An รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ พร้อมด้วย Dr. Duing Thi Huang รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแว้ และ Dr. Thai Thahn Ha หัวหน้าฝ่ายวิจัยและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเว้ (ปัจจุบันเป็นอาจารย์แลกเปลี่ยนการทำวิจัย ร่วมกับ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น)
และคณาจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเว้ จำนวน 14 คน ซึ่งได้เน้นความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อจัดทำโครงการความร่วมมือ
ทางสาขาวิชาการจัดการการโรงแรมและการท่องเที่ยว สาขา วิชาการตลาด สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาการเงิน สาขาวิชาการบัญชี
และสาขาวิชาการจัดการ

นอกจากนี้ คณะผู้ร่วมเจรจาความร่วมมือทางวิชาการ ได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านการศึกษา เศรษฐกิจ - ธุรกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม และการบริการการท่องเที่ยว
ของเมืองเว้ เมืองดานัง และเมืองมรดกโลกฮอยอัน เพื่อพัฒนาศักยภาพ และเปิดโลกทัศน์ของอาจารย์และบุคลากร ตามโครงการเจรจาความร่วมมือและศึกษาดูงาน
ดังกล่าว ซึ่ง รศ. ดร. นิติพล ภูตะโชติ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด ผู้แทนผู้ร่วมโครงการ ได้สะท้อนถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการเจรจาความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ว่า ได้รับประโยชน์อย่างยิ่งในการเข้าร่วมโครงการเจรจาความร่วมมือทางวิชาการ
และการสานความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างเป็นรูปธรรม ระหว่างสถาบันดังกล่าว
กับคณะวิทยาการจัดการ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้ง มีความคาดหวังว่าคณะฯ
จะได้มีบุคลากรที่มีคุณภาพ สามารถไปสอนในต่างประเทศได้ และจะเกิดความก้าวหน้าในด้านการเรียนการสอน การแลกเปลี่ยนอาจารย์ / นักศึกษา การทำวิจัยที่กว้างไกลมากยิ่งขึ้นอันจะนำไปสู่การยกระดับความเป็นนานาชาติต่อไป

ภาพ/ข่าว โดย คณะวิทยาการจัดการ


ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2552

-


ประจำวันที่ 26 ตุลาคม 2552

-


ประจำวันที่ 25 ตุลาคม 2552

( วันอาทิตย์ )


ประจำวันที่ 24 ตุลาคม 2552

( วันเสาร์ )


ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2552

วันปิยมหาราช


ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2552

ผู้นำองค์กรกิจกรรมนักศึกษา สู่ความเป็นสากล ณ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน    


วันที่ 13 - 17 ตุลาคม 2552 ฝ่ายพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ผศ. ลิขิต อมาตยคง  รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา ผศ. ดร. อนุชา นิลประพันธ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา ดร. อริยพร  คุโรดะ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์
ได้นำเจ้าหน้าที่ ผู้นำองค์กรกิจกรรมนักศึกษาในระดับองค์การนักศึกษา สภานักศึกษา สโมสรนักศึกษา 20 คณะ รวมทั้งสิ้น 52 คน
เดินทางไปเปิดโลกทัศน์ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านวิชาการ ศิลปวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา  ณ  มหาวิทยาลัยปักกิ่ง  ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามโครงการเปิดโลกทัศน์นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นสู่ความเป็นสากล ซึ่งจัดต่อเนื่องมาทุกปี และปีนี้เป็นครั้งที่ 7 โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ การเปิดโอกาสให้นักศึกษาซึ่งเป็นผู้นำด้านกิจกรรม
นักศึกษาได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนทางด้านวิชาการ ความคิดเห็น ทัศนคติ กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้และได้เปิดโลกทัศน์จากประสบการณ์ในต่างประเทศ   และประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเสริมสร้างสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยครั้งนี้ได้รับการต้อนรับจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งเป็นอย่างดี  นับว่าโครงการนี้
เป็นโครงการที่เพิ่มศักยภาพให้กับนักศึกษาเป็นอย่างมาก  

ภาพ/ข่าว โดยงานกิจกรรมนักศึกษา

นักศึกษาเภสัชฯ มข. ออกค่ายหมอยาแนวใหม่

ดร.นรินทร์ จันทรศรี รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา คณะเภสัช
ศาสตร์ มข.  เป็นประธานกล่าวปิดโครงการ  “ค่ายหมอยาแนวใหม่” ประจำปี 2552 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 ตุลาคม  2552 ณ  โรงเรียนนาวงเดือน  อ. คอนสาร  จ. ชัยภูมิ เพื่อให้นักศึกษาเภสัชศาสตร์ทุกชั้นปี กว่า 80 คน ได้ฝึกประสบการณ์ในการออกไปให้ความรู้แก่ชุมชน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน  และร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เช่น การปลูกพืชสมุนไพรและสร้างสวนสมุนไพรให้โรงเรียน การแนะนำการใช้สมุนไพรที่ถูกต้องแก่ชาวบ้าน และนักเรียน รวมทั้งการพัฒนาโรงเรียน เช่น การพัฒนาปรับปรุงและมอบหนังสือให้กับห้องสมุดโรงเรียน การมอบตู้ยา และการพัฒนาห้องศิลปะ  เป็นต้น อีกทั้งร่วมกับนักเรียนในชุมชนจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์  รณรงค์เรื่องการไม่สูบบุหรี่  เพื่อให้นักเรียนได้นำไปเผยแพร่กับผู้ปกครองต่อไป  ซึ่งการจัดกิจกรรมค่ายในครั้งนี้ ประสบผลสำเร็จด้วยดี 

ภาพ/ข่าว โดยคณะเภสัชศาสตร์


ประจำวันที่ 21 ตุลาคม 2552

ศึกษาศาสตร์ มข. ส่งบุคลากรสนับสนุนการสอนภาษาและวัฒนธรรมให้เด็กเชื้อสายไทยที่อังกฤษ

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมกับ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้จัดโครงการ “ การสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยภาคฤดูร้อน ประจำปี 2552 ” ขึ้น เพื่อสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยให้กับเด็กที่มีเชื้อสายไทย ที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ เป็นโครงการต่อเนื่องที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2532 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ ได้มีโอกาสเรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย เป็นการเผยแพร่
ภาษาไทย และศิลปวัฒนธรรมไทยสู่สากลและเพื่อส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ได้รับ ประสบการณ์ด้านการจัดการเรียนการสอนที่สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาวิชาชีพ

สำหรับปีนี้ มีอาจารย์สังกัดคณะศึกษาศาสตร์ที่ไปปฏิบัติราชการ จำนวน 3 คน ได้แก่ อาจารย์นิ่มนวล ตันติรุ่งปกรณ์ อาจารย์สุทธิพร ชาตาธิคุณ และ อาจารย์สาวิตรี รุญเจริญ โดยได้จัดเตรียมกิจกรรมการเรียนการสอน 12 หน่วยการเรียนรู้ ที่เน้นการบูรณาการระหว่างภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย และจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม – 5 กันยายน 2552 ซึ่งทำการสอนในวัดพุทธปทีป
มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 29 คน และมีผู้ปกครองเข้ามาร่วมการจัดกิจกรรการเรียนรู้อีกด้วย


อาจารย์นิ่มนวล ตันติรุ่งปกรณ์ หัวหน้าคณะเดินทางกล่าวว่า โครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง
วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน และ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานจาก
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก ฯพณฯกิตติ วะสีนนท์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ ด้วยตนเองนับได้ว่าเป็นการบริการวิชาการไปสู่ชุมชนในระดับสากล จึงเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจของคณะศึกษาศาสตร์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น และยังเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของสถาบันอีกด้วย ภายใต้ความร่วมมืออันดีจากวัดพุทธปทีป โดยพระราชภาวนาวิมล เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป และหัวหน้าคณะพระธรรมทูต นับได้ว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามเป้าหมาย นักเรียน
และผู้ปกครองมีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ คณาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการเกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ อันเป็นประโยชน์
ในการพัฒนางานต่อไป

อุดมชัย สุพรรณวงศ์ / ข่าว

นศ. กายภาพบำบัด มข. เป็นเจ้าภาพงานศูนย์กลางนิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย

วันที่ 17 - 18 ตุลาคม  ที่ผ่านมานักศึกษากายภาพบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นเจ้าภาพจัดงานศูนย์กลางนิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย โดยมีนิสิตนักศึกษากายภาพ บำบัด 15 สถาบันทั่วประเทศไทย จำนวนกว่า 1 ,200 คน ร่วมงาน

งานนี้ นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัดที่เข้าร่วมงานได้มีโอกาสในการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพี่ ๆ และเพื่อนๆ เกี่ยวกับวิชาชีพกายภาพบำบัดซึ่งเป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญในการป้องกัน ส่งเสริมสุขภาพและรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพของทุกคนทุกเพศ นอกจากนี้ นิสิตนักศึกษากายภาพบำบัด 15 สถาบันทั่วประเทศไทย ได้นำสิ่งของมาบริจาคเพื่อ
น้อง ๆ ผู้พิการและด้อยโอกาสในจังหวัดขอนแก่นด้วย

กิจกรรมสร้างสรรค์สังคมครั้งนี้มี อาจารย์ปวีณา หิรัญตระกูล และ อาจารย์ วรวรรณ คำฤาชา เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ

ภาพ/ข่าว โดยคณะเทคนิคการแพทย์

กำหนดการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี ๒๕๕๒
ถวายวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร (พระอารามหลวง) อ. ธาตุพนม จ. นครพนม
วันที่ ๒๔ - ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

วันเสาร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป ประดิษฐานองค์พระกฐินพระราชทาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
(พระอารามหลวง) อ. ธาตุพนม จ. นครพนม

เวลา ๑๗.๐๐ น. ร่วมรับประทานอาหารที่โรงทานกลางมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เวลา ๑๗.๓๐ น. ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น แขกผู้มีเกียรติและพุทธศาสนิกชน พร้อมกัน ณ ศาลาประดิษฐานองค์พระกฐินพระราชทาน

เวลา ๑๗.๕๐ น. ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวต้อนรับ

เวลา ๑๘.๐๐ น. อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานในการประกอบพิธีบวงสรวงสักการบูชาองค์พระธาตุพนม และชมการแสดงรำบูชาองค์พระธาตุพนม โดย นักศึกษา มข.

เวลา ๑๘.๓๐ น. พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์บำเพ็ญกุศลฉลองสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน

เวลา ๑๙.๐๐ น. พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์

เวลา ๑๙.๓๐ น. พระสงฆ์อนุโมทนา ถวายจัตุปัจจัยไทยธรรม เป็นเสร็จพิธี

เวลา ๒๐.๐๐ น. ประกอบพิธีเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระธาตุพนม ๓ รอบ

เวลา ๒๐.๓๐ น. เป็นต้นไป ชมการแสดงแสง สี เสียง ตำนานพระธาตุพนม และชมมหรสพสมโภชองค์พระกฐินพระราชทานบริเวณลานด้านหน้าวัด พระธาตุพนมฯ

วันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

เวลา ๐๖.๓๐ น. ร่วมรับประทานอาหารที่โรงทานกลางมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เวลา ๐๗.๓๐ น. ตั้งขบวนองค์พระกฐินพระราชทานบริเวณถนนด้านทิศตะวันออกของวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

เวลา ๐๘.๓๐ น. เคลื่อนขบวนองค์พระกฐินพระราชทาน เข้าสู่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

เวลา ๐๙.๐๐ น. ประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

เวลา ๑๐.๐๐ น. เสร็จพิธี


ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2552

กิจกรรมวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี 2552

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กำหนดจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ โดยเปิดให้บริการด้านทันตกรรม และการให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน ในวันที่ 21 ตุลาคม 2552 ที่โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ. ทพญ. ดร. นวรัตน์ วราอัศวปติ เจริญ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ กล่าวว่า กิจกรรมจัดขึ้น
เพื่อสร้างความตื่นตัวให้กับประชาชนในด้านทันตสุขภาพ สนองพระปณิธาณสมเด็จย่า ที่ให้ปวงประชา
มีสุขภาพฟันที่ดี คณะทันตแพทยศาสตร์ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. 2529 ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากประชาชน โดยถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่เกิดจากความร่วมมืออันด ีขององค์กร/หน่วยงานหลายส่วนที่จัดกิจกรรมพร้อมกันในวันสำคัญที่ใช้ชื่อว่า “ วันพยาบาลแห่งชาติ
วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ และวันอาสา สมัครไทย” บริการที่จัดประกอบด้วย อุดฟันถอนฟัน เคลือบฟลูออไรด์ เคลือบหลุมร่องฟัน ขูดหินน้ำลาย ซึ่งประชาชนสามารถมารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มข. โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้
ยังมีการประกวดหนูน้อยฟันสวย กิจกรรมบนเวที และนิทรรศการให้ความรู้

คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ ยังกล่าวอีกว่า คณะทันตแพทยศาสตร์ให้ความสำคัญกับนโยบาย
ในการบริการวิชาการและวิชาชีพ ด้วยการรักษาพยาบาลและให้ความรู้กับประชาชน โดยมี
โรงพยาบาลทันตกรรมที่เปิดให้บริการแก่ประชาชน ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาวิชาชีพด้วยการจัดประชุมสัมมนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการบริการประชาชนนั้น นอกจากเป็นการบริการที่คณะฯ แล้ว ยังมีการออก

รศ. ทพญ. ดร. นวรัตน์
วราอัศวปติ เจริญ

ไปให้บริการประชาชนในที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ห่างไกลด้วยหน่วยทันตกรรมพระราชทานเคลื่อนที่ และยังมีโครงการที่ไปให้บริการกับกลุ่มประชาชน เช่น นักเรียน กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มข. ยังกล่าวย้ำอีกว่า การจัดกิจกรรมมีความเชื่อมโยงกับกระบวนการเรียนการสอนนักศึกษาทันตแพทย์
โดยทุกกิจกรรมนักศึกษาจะได้มีบทบาทในการดำเนินกิจกรรม โดยเล็งเห็นว่าการที่จะเป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ได้ ต้องทำงานกับชุมชนได้ เรียนรู้ทักษะในการทำงานร่วมกัน มีจิตสาธารณะที่จะอุทิศตนเพื่อสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะถูกหล่อหลอมขึ้นจากประสบการณ์ตรงที่คณะจัดให้ควบคู่ไปกับวิชาการและทักษะความสามารถการเป็นทันตแพทย์ที่ดี

วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติในปีนี้ ตั้งความคาดหวังไว้ว่าจะได้รับความสนใจเช่นทุกปี โดยในแต่ละปีจะมีผู้มารับบริการประมาณ 500 คน การจัดกิจกรรมของคณะทันตแพทยศาสตร์ยังเป็นโอกาสที่จะให้ประชาชนได้เข้ามารู้จักกับคณะฯ และมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

อุดมชัย สุพรรณวงศ์ / ข่าว

คณะเกษตรฯ มข. จัดประชุมวิชาการสัตวศาสตร์ ครั้งที่ 5 “ ปศุสัตว์ไทยในกระแสเศรษฐกิจถดถอย”

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2552 ภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย จัดประชุมวิชาการสัตวศาสตร์ ครั้งที่ 5 เรื่อง ปศุสัตว์ไทยในกระแสเศรษฐกิจถดถอย ณ ห้องประชุมกวี จุติกุล คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย รศ. ดร. กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นประธานพิธีเปิด รศ. ดร. อนันต์ พลธานี คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และ รศ. ดร. เทวินทร์ วงษ์พระลับ
หัวหน้าภาควิชาสัตวศาสตร์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดประชุม 

รศ. ดร. เทวินทร์ วงษ์พระลับ กล่าวรายงาน ความว่า “การจัดประชุมครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิชาการ นักส่งเสริมและผู้เกี่ยวข้องกับการผลิตปศุสัตว์ทุกภาคส่วน ได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิด ประสบการณ์ เพื่อนำ แนวคิดและความรู้ ไปปรับใช้ในการพัฒนาการผลิตสัตว์ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยโดย คุณ โชค บูลกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท ฟาร์มโชคชัย ได้ให้เกียรติบรรยายพิเศษในหัวข้อ
“ ปศุสัตว์ไทยในกระแสเศรษฐกิจถดถอย” และมีการนำเสนอผลงานวิจัยของนักวิชาการ และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งภาคบรรยายและภาคโปสเตอร์ ซึ่งครอบคลุมการวิจัยในสัตว์เศรษฐกิจชนิดต่าง ๆ ทุกสาขา ทั้งด้านการผลิตสัตว์ ด้านโภชนาการ ด้านสรีรวิทยา
และการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ รวมผลงานที่นำเสนอแบบปากเล่า 29 เรื่อง และภาคโปสเตอร์ 8 เรื่อง”

รศ. ดร. กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย กล่าวเปิดการประชุมว่า ต้องขอขอบคุณคณะเกษตรศาสตร์ และภาควิชาสัตวศาสตร์ ที่ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้ว และมีผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการอย่างหนาแน่นมาโดยตลอด เรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยตรงนี้ เราต้องมาร่วมประชุมหารือกันว่า เราจะมีทางออกเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจที่ตกต่ำได้อย่างไร ซึ่งในเรื่องปศุสัตว์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพราะว่าเป็นอาหารที่สำคัญของประเทศไทยและของโลกด้วย ต้องขอชื่นชม ผลงานของคณะเกษตรศาสตร์ ที่ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีผลงานที่โดดเด่นออกมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในปีนี้ ทางภาควิชาสัตวศาสตร์ ก็ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สกว . ( สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) เพื่อที่จะจัดตั้งศูนย์วิจัยปรับปรุงพันธุ์ไก่พื้นบ้าน ขึ้นมาอีกศูนย์หนึ่ง นอกเหนือจากเดิมที่มีอยู่แล้วในเรื่องของศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรอาหารสัตว์เขตร้อน และจากการที่มีโอกาสได้เยี่ยมชมสถานีทดลอง ที่อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่เป็นฟาร์มครบวงจร
ก็รู้สึกชื่นชมในผลงานของความมุ่งมั่น ที่พยายามจะพัฒนาขึ้นมา จนกระทั่งสามารถทำการผลิตโคนมทนร้อน ผลิตนมที่มีคุณภาพดีออกไปจำหน่ายให้กับโรงเรียนต่างๆ ซึ่งผลสุดท้าย ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดก็คือเยาวชนซึ่งจะเจริญเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ตรงนี้ก็ได้เห็นความมุ่งมั่นของทีมนักวิชาการของคณะฯ ของภาควิชาฯ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นภาควิชาเดียวที่มีศูนย์วิจัยเฉพาะทาง
เกิดขึ้นได้ถึง2 ศูนย์ จากจำนวน 25 ศูนย์ที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

และในวันนี้ในนามมหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็ต้องขอขอบคุณกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย คุณโชค บูลกุล ที่สละเวลาอันมีค่าของท่านมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ ปศุสัตว์ไทยในกระแสเศรษฐกิจถดถอย” ซึ่งฟาร์มโชคชัยก็เป็นผู้นำทางด้านปศุสัตว์ โดยเฉพาะเรื่องทางด้านโคของประเทศไทย และ  ขอขอบคุณผู้มีส่วนร่วม โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย ที่ได้ร่วมจัดงาน รวมทั้งขอบคุณผู้ที่เข้ามาร่วมเสนอผลงานในครั้งนี้” 

การประชุมวิชาการสัตวศาสตร์ ครั้งที่ 5 มีคณาจารย์ นิสิต นักศึกษา    นักวิชาการในสถาบันการศึกษา หน่วยงานในสังกัดกรมปศุสัตว์
สมาคมสัตวบาล และผู้สนใจ กว่า 130 คน เข้าร่วมประชุม

ภาพ/ข่าว โดยคณะเกษตรศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์จัดฝึกปฏิบัติการทางชีววิทยา ให้นักเรียน ร.ร. กาฬสินธุ์พิทยาสรรพ


คณะวิทยาศาสตร์ มข. โดยภาควิชาชีววิทยา ร่วมกับ โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ จ. กาฬสินธุ์ จัดฝึกปฏิบัติทักษะ “ การสกัด DNA และสร้างลายพิมพ์ DNA ด้วยปฏิกิริยา PCR” ให้แก่นักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์  จำนวน 35  คน  เมื่อวันที่ 5 – 8 ตุลาคม  2552  ณ ห้องปฏิบัติการชีววิทยา อาคาร SC.08 คณะวิทยาศาสตร์

ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพตามความสนใจ ภายใต้โครงการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ( Gifted  children  Program :GC )   ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมี  ผศ. ดร. ปรียา หวังสมนึก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการภาควิชาชีววิทยา  คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมถ่ายทอดความรู้ ตลอดจน
ให้คำปรึกษา และให้คำแนะนำ

ภาพ/ข่าว โดยคณะวิทยาศาสตร์


ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2552

คณะวิทยาการจัดการ มข. ร่วมกับ ธ.ก.ส. ปั้นเถ้าแก่น้อยรุ่นใหม่

รศ. ดร. เพ็ญศรี เจริญวานิช หัวหน้ากลุ่มวิชาการตลาด คณะวิทยาการจัดการ มข. ผู้รับผิดชอบโครงการ “บ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่” เปิดเผยว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อดำเนินงาน “ โครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่” โดยได้มอบหมายให้ คณะวิทยาการจัดการ มข. เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ เพราะตระหนักถึงปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ประเทศไทยได้รับอยู่ ทำให้การลงทุนในด้านธุรกิจอุตสาหกรรมลดลงเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมเดิมที่ไม่สามารถปรับตัวได้ ต้องล้มเลิกกิจการ ขณะเดียวกันผู้ที่คิดลงทุนใหม่ก็ไม่กล้าตัดสินใจ อาจเนื่องมาจากการขาดองค์ความรู้ทางวิชาการ
ในการประกอบธุรกิจสมัยใหม่ที่สมบูรณ์เพียงพอ ดังนั้น คณะวิทยาการจัดการ จึงได้จัดอบรม “โครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่” ขึ้น ระหว่างวันที่ 15 - 22 ตุลาคม 2552 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการฝึกปฏิบัติงาน และการเข้าสู่อาชีพผู้ประกอบการธุรกิให้กับ นักศึกษา และบัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเตรียมความพร้อมด้านอาชีพซึ่งจะเป็นการสร้างผู้ประกอบธุรกิจรุ่นใหม่ ที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี มีความภาคภูมิใจในอาชีพตนเอง และส่งเสริมให้นักศึกษาทำอาชีพที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยจะเป็นการบ่มเพาะและเสริมสร้างประสบการณ์ในการเป็น
ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพต่อไป

การอบรมดังกล่าว ได้จัดพิธีเปิดการอบรมในวันที่ 15 ตุลาคม 2552 ณ ห้องประชุมวิทยาการจัดการ อาคาร MS.02 คณะวิทยาการจัดการ มีนักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกเข้าอบรม จำนวนทั้งสิ้น 41 คน ประกอบด้วยนักศึกษาจากคณะวิทยาการจัดการ จำนวน 33 คน นักศึกษาจากคณะเกษตรศาสตร์ จำนวน 6 คน นักศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จำนวน 2 คน รวมทั้งผู้เข้าร่วมงานจากฝ่ายต่าง ๆ จำนวนทั้งสิ้นกว่า 60 คน ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก
รศ. มันทนา สามารถ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ เป็นผู้กล่าวต้อนรับ รศ. ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช เป็นผู้กล่าวรายงาน และ นายปราโมทย์ นนทะโคตร
รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นประธานกล่าวเปิดงานว่า

“ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้เห็นชอบร่วมกันว่าในอดีตที่ผ่านมา
ผู้ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีขึ้นไป จะให้ความสนใจในการประกอบอาชีพเป็นพนักงาน หรือลูกจ้างในสถานประกอบการต่าง ๆ
ในขณะที่ผู้ที่จบการศึกษาอีกส่วนหนึ่งจะให้ความสนใจในการประกอบอาชีพอิสระ หรือกิจการส่วนตัว แต่ยังขาดประสบการณ์ และความรู้
ที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ ให้มีศักยภาพในการแข่งขันภายใต้ระบบการค้าเสรียุคใหม่ ดังนั้น การอบรมครั้งนี้ จะทำให้นักศึกษาที่มีความสนใจ และมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพด้วยตนเองได้รับความรู้ ความเข้าใจในการประกอบธุรกิจ การเขียนแผนธุรกิจการพัฒนาธุรกิจไปสู่
เชิงพาณิชย์ และบ่มเพาะสู่การเป็นผู้ประกอบการ หรือทายาทธุรกิจในการสืบทอดกิจการ ให้สามารถรักษาสภาพการจ้างงาน และสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต ”


จากมุมมองของตัวแทนนักศึกษาที่เข้ารับการอบรม ได้สะท้อนถึงความรู้สึกและความประทับใจที่ได้เข้าร่วมอบรมในโครงการนี้ คือ นายอำนาจ ขันไชย นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการจัดการ คณะวิทยาการจัดการ กล่าวว่า
ใฝ่ผันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง และการที่ได้มาอบรมครั้งนี้ดีมาก
โดยเฉพาะได้เรียนการทำแผนธุรกิจซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ในการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อติดต่อแหล่งเงินทุน ในอนาคต และอยากให้คณะวิทยาการจัดการ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจัดอบรมอีกในรุ่นต่อ ๆ ไป

ด้าน นายนิรามัย มานะศรี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ และ นางสาวอัมพิกา เมิกขว้าง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ ได้สะท้อนความคิดเห็นที่คล้ายกัน โดยกล่าวว่า “ สนใจอยากเรียนวิธีการเขียนแผนธุรกิจมาก เพราะได้เคยเรียนมาบ้าง แต่เป็นในภาพรวม การมาอบรมครั้งนี้จึงดีมาก ๆ เป็นการต่อยอดความรู้ สามารถนำไปวางแผนการติดต่อแหล่งทุน เพื่อเป็นผู้ประกอบการได้ในอนาคต และที่ประทับใจมากคือ คณะวิทยาการจัดการ มข. และ ธ.ก.ส. ได้ให้โอกาสที่ดีกับนักศึกษา ซึ่งพวกเราคิดว่าจะนำความรู้ที่ได้รับด้านแนวทางการติดต่อแหล่งเงินทุนนี้ ไปบอกต่อกับคนในท้องถิ่นด้วย

ภาพ/ข่าวโดย คณะวิทยาการจัดการ

มข. เปิดบ้านต้อนรับ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มจธ.


วันนี้ ( 19 ต.ค. 52) ที่ห้องประชุม 1 สำนักงานอธิการบดี อาคาร 2 รศ. รังสรรค์ เนียมสนิท รองอธิการบดีฝ่ายแผนและสารสนเทศ และ ผศ. ไพบูลย์ ดาวสดใส ผู้ช่วยอธิการบดี และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองกลาง มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมให้การต้อนรับ คณะศึกษาดูงานจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ รวม 60 คน

การศึกษาดูงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรของคณะเทคโนโลยี สารสนเทศ มจธ. มีโอกาสในการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหน่วยงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ ซึ่งเลือกศึกษาดูงานที่ มข. เพราะเป็นหน่วยงานที่ได้รับรางวัลการพัฒนาระบบบริหารจัดการยอดเยี่ยม จาก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ก.พ.ร. โดยศึกษาดูงานด้านต่างๆ ได้แก่ การบริหารจัดการหน่วยงานของสำนักงานอธิการบดี   การจัดสภาพแวดล้อมการทำงานและแนวทางการประหยัดพลังงาน  การดำเนินงานของสำนักงานคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ การจัดการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรของ
สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ ระบบ สารสนเทศสนับสนุนการทำงาน ระบบห้องสมุดสำนักวิทยบริการ ระบบการประกันคุณภาพ และการดำเนินงานของศูนย์คอมพิวเตอร์

ชื่นชมการทำความดีของบุคลากรกองอาคารฯ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2552 นายสมพงษ์ สัตนันท์ เจ้าหน้าที่หน่วยซ่อมบำรุง งานประปาและสุขาภิบาล กองอาคารและสถานที่  สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เก็บกระเป๋าสะพายซึ่งบรรจุอาวุธปืน กระเป๋าสตางค์ และเอกสารของทางราชการ ของ จ่าสิบตำรวจ ชาญณรงค์ ตะโกสีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งได้ทำหล่นหายขณะปฎิบัติหน้าที่  ตามคำสั่งให้ถวายความปลอดภัย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์
ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี  ในคราวเสด็จมาเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเททองหล่อพระเกศรีศมี
พระพุทธมงคลหิรัญโญภาสศักยมุนี (หลวงพ่อแสงเงิน) ณ. วัดเขื่อนอุบลรัตน์ โดย นาย สมพงษ์ สัตนนัท์ ได้แจ้งให้ จ่าสิบตำรวจ ชาญณรงค์ ตะโกสีย์ ผู้เป็นเจ้าของทราบพร้อมส่งมอบคืนให้เป็นที่เรียบร้อย

นายสมพงษ์   สัตนันท์

การกระทำของ นายสมพงษ์ สัตนันท์ นับว่าเป็นการกระทำที่แสดงถึงศักยภาพในแนวทางที่ชอบในการประพฤติปฏิบัติที่ดีสำหรับบุคคล
พึงกระทำ ที่มีปรีชาชาญในแนวคิดและประพฤติดี ที่สามารถบ่งบอกถึงความมีคุณธรรมและจริยธรรมเป็นอย่างดียิ่ง เห็นสมควรยกย่องชมเชยในฐานะที่เป็นบุคคลที่ปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่หน่วยงานและสังคม

กองอาคารและสถานที่ รายงาน


ประจำวันที่ 18 ตุลาคม 2552

( วันอาทิตย์ )


ประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2552

( วันเสาร์ )


ประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2552

เปิดค่ายโอลิมปิกวิชาการฯ และค่ายฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ค่ายที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2552

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม  2552  ผศ. ดร. เกียรติ แสงอรุณ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เป็นประธานเปิดค่ายโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์ และค่ายฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิก ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ( ค่ายที่ 1 ) ประจำปีการศึกษา 2552    โดยมี ผศ. ดร. คัชรินทร์  ศิริวงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดค่ายฯ  มีผู้บริหาร  คณาจารย์  เจ้าหน้าที่  นักศึกษา พี่เลี้ยงค่ายฯและนักเรียนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมพิธีเปิดค่ายฯ  ณ ห้องประชุม3201
อาคาร SC.03 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ให้เป็นศูนย์ สอวน. ระดับภูมิภาค ในการดำเนินงานค่ายโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และค่ายฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิก โดยรับผิดชอบดำเนินโครงการในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ 12 จังหวัด จำนวน 7 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาเคมี สาขาวิชาชีววิทยา สาขาวิชาฟิสิกส์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ และสาขาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย เพื่อเข้าค่ายที่ 1
ณ ศูนย์ สอวน. มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งค่ายโอลิมปิกวิชาการฯ เข้าค่ายที่ 1 ระหว่างวันที่ 12 – 25  ตุลาคม  2552  และค่ายฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิก

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เข้าค่ายระหว่างวันที่ 11 - 22 ตุลาคม   2552  และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้าค่ายระหว่างวันที่  12 – 25 ตุลาคม  2552  โดยทุกสาขาวิชาเข้าค่ายฯ  ณ  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

ทั้งนี้ นักเรียนที่สอบผ่านการคัดเลือกค่ายโอลิมปิกวิชาการฯ ค่ายที่ 1  แล้ว  จะต้องเข้าค่ายที่  2   และสอบคัดเลือกเพื่อเข้าค่ายที่ 3, 4, 5
ที่ศูนย์ส่วนกลางในกรุงเทพฯ เพื่อเข้าแข่งขันในต่างประเทศตามลำดับ ในส่วนของค่ายฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิก  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลังจากเข้าค่ายที่ 1 แล้วจะมีการสอบคัดเลือกนักเรียนจากค่ายที่ 1  เพื่อเข้าค่ายที่ 2  เพื่อคัดเลือก
เป็นตัวแทนศูนย์ สอวน. มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปแข่งขันดาราศาสตร์โอลิมปิกระดับประเทศต่อไป

ภาพ/ข่าว โดยคณะวิทยาศาสตร์

คณะพยาบาลศาสตร์ ปลูกฝังการเป็นผู้ให้ ด้วยโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เริ่มต้นที่... การให้ : Start to Give”

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย และบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด จัดกิจกรรมสานต่อโครงการ “ หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เริ่มต้นที่... การให้
: Start to Give” หนึ่งชีวิตของผู้อุทิศอวัยวะ เพื่อหลายชีวิตของ
“ ผู้รับ” เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ “ หนึ่งคนให้ หลายคนรับ” ซึ่งจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความรู้ และสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการ “ ให้” มานานกว่า 10 ปี การจัดกิจกรรม Walk Rally ในครั้งนี้ จะเป็นการปลูกจิตสำนึกของการ “ ให้” ขึ้นอีกครั้ง ภายใต้แนวคิด “ เริ่มต้นที่... การให้ : Start to Give” โดยมีบุคคลที่สำคัญ

ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนให้ภารกิจครั้งนี้ประสบความสำเร็จ คือ “ เหล่านิสิตนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ และ คณะแพทยศาสตร์” ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์อันเป็นกำลังของประเทศชาติ และเป็นตัวกลางในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการ “ บริจาคอวัยวะ” ในอนาคต รวมทั้งเป็นผู้ปลูกจิตสำนึกในการเป็น “ ผู้ให้” โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่ต้องรอรับการปลูกถ่ายอวัยวะที่มีอยู่จำนวนมาก

รศ. ดร. เอื้อมพร ทองกระจาย คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ กล่าวว่า “ เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ และคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในการส่งเสริมความรู้เรื่องภาวะสมองตาย การบริจาคอวัยวะ และการปลูกถ่ายอวัยวะ ที่เกี่ยวเนื่องกับหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้นักศึกษาพยาบาล สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการปฏิบัติงานเมื่อจบการศึกษา รวมถึงการแนะนำผู้อื่นเพื่อบริจาคอวัยวะในอนาคต เพราะพยาบาลจะเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยตลอดเวลา การให้การพยาบาลผู้ป่วยเป็นหน้าที่สำคัญของพยาบาล แต่หากผู้ป่วยอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต พยาบาลก็มีบทบาทหน้าในการดูแลให้ผู้ป่วยให้จากไปอย่างมีศักดิ์ศรี
ซึ่งการบริจาคอวัยวะเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยสมองตาย พยาบาลจึงต้องสามารถให้ข้อมูลแก่ญาติและให้คำแนะนำแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องที่ร่วมดูแลผู้ป่วยได้ด้วย การจัดกิจกรรม “ เริ่มต้นที่... การให้ : Start to Give” จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้นักศึกษาได้คิดถึงผู้ป่วยอื่นที่ตนอาจจะมิได้เป็นผู้ดูแล แต่เป็นผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะจากผู้ป่วยสมองตายที่ตนกำลังดูแลอยู่เป็น “ การให้” อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติส่วนรวม

ภาพ/ข่าว โดยคณะพยาบาลศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์ ศึกษาดูงาน TQC

เมื่อวันที่ 12 – 14 ตุลาคม 2552 รองศาสตราจารย์ ดร. บังอร ศรีพานิชกุลชัย คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุภาวดี ดาวดี รองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชาญชัย จารุภาชน์ ประธานคณะอนุกรรมการ PMQA และคณะอนุกรรมการ PMQA คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ไปศึกษาดูงานรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class : TQC) ที่ฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และศึกษาดูงานด้านการประกันคุณภาพ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการประกันคุณภาพคณะเภสัชศาสตร์ก้าวสู่ เป้าหมายรางวัลคุณภาพ

ภาพ/ข่าว โดยคณะเภสัชศาสตร์


ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2552

บัณฑิตวิทยาลัย แถลงความพร้อมต้อนรับนักศึกษา 19 สถาบัน สู่... “มอดินแดงเกมส์” ย้ำ ! กิจกรรมเพื่อสร้างความสามัคค

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาบัณฑิตศึกษาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 ภายใต้ชื่อ
“มอดินแดงเกมส์” โดยจะมีนักกีฬาในสังกัดบัณฑิตวิทยาลัยของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ 19 แห่ง
กว่า 2,000 คน มาร่วมการแข่งขันใน 12 ชนิดกีฬา ระหว่างวันที่ 19 – 20 ตุลาคม 2552 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ. ดร. วนิดา แก่นอากาศ รองคณบดีฝ่ายแผนและสารสนเทศ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานประธานอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการกีฬาบัณฑิตศึกษาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17
กล่าวว่า ที่ประชุมคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (ทคบร.) ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมเป็นสมาชิก ได้มีมติมอบให้บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสามัคคี ส่งเสริม พลานามัยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาผ่านกิจกรรมด้านกีฬา ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นถือเป็นความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าภาพ เพื่อต้อนรับเพื่อน ๆ สมาชิก โดยได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ทุกด้านที่จะอำนวยความสะดวก และจัดการแข่งขันให้เป็นไปตามเป้าหมายซึ่งได้รับเกียรติจาก ผศ. ลิขิต อมาตยคง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา มข. เป็นประธานจัดการแข่งขันในครั้งนี้ โดยถือเป็นกิจกรรมตามนโยบายที่จะให้เกิดภาพของความร่วมมืออันดีที่จะนำไปสู่การพัฒนางาน
ด้านอื่น ๆ ร่วมกันต่อไป

รศ. ดร. วนิดา แก่นอากาศ

ประธานอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า ในด้านการจัดการแข่งขันได้มีการเตรียมด้านสนามกีฬา และการจัดการแข่งขัน
ให้มีมาตรฐาน โดยไม่ได้เน้นผลแพ้หรือชนะ แต่จะให้มีความสนุกสนาน และเกิดความมีส่วนร่วม และที่พิเศษได้เพิ่มการวิ่ง Cross - Country ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกในการแข่งขันกีฬาบัณฑิตศึกษาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ในส่วนอื่น ๆ เช่นสาธารณูปการ ด้านความปลอดภัย และการเตรียมการต้อนรับ มาถึงตอนนี้นับได้ว่าเรามีความพร้อมแล้วสำหรับกิจกรรม

ประธานอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ ยังได้ฝากเชิญชวนนักศึกษาและประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่น บุคลากรทุกท่านมาร่วมให้กำลังใจนักกีฬาที่ร่วมการแข่งขัน โดยถือว่าทุกท่านเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ซึ่งความสำเร็จก็จะเป็นผลให้ชื่อเสียงของสถาบันเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อไป
อีกด้วย

อุดมชัย สุพรรณวงศ์ / ข่าว

อาจารย์สาขาวิชาดนตรีไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ สร้างชื่อในการประกวดดนตรีไทยแห่งชาติ ครั้งที่ 3

อาจารย์จตุพร สีม่วง อาจารย์จรัญ กาญจนประดิษฐ์ และ อาจารย์ชัยญะ หินอ่อน อาจารย์สาขาวิชาดนตรีไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในนาม วงดูริยมิตรา ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดดนตรีไทยแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดโดยมูลนิธิราชสกุลอาภากรในพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ร่วมกับบ้านดนตรีไทยศรีผ่อง เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2552 ณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาใหญ่รัชโยธิน กรุงเทพฯ ในการประกวดดนตรีไทยระดับประชาชนประเภทวงปี่พาทย์ไม้นวมประสมเครื่องสาย เพลงนกเขาขะแมร์ เถา โดยมีวงดนตรีไทยที่เข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 22 วงจากทั่วประเทศ
คณะกรรมการได้คัดเลือกเข้ารอบชิงชนะเลิศ จำนวน 5 วง

นอกจากรางวัลชนะเลิศการประกวดประเภทวงดนตรีไทยแล้ว อาจารย์จตุพร สีม่วงยังได้รับรางวัล ขับร้องเพลงไทยดีเด่น และรางวัลชนะเลิศการบรรเลงบทเพลงถวายพระพร ซึ่งประพันธ์และขับร้องโดย อาจารย์ จตุพร สีม่วง ทั้งนี้จะเข้าเฝ้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลจาก
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสต่อไป

ภาพ/ข่าว โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์

นศ. คณะวิทยาการจัดการ ร่วมเรียนรู้โฮมสเตย์ในชุมชนต้นแบบ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผศ. ดร. ฐิรชญา มณีเนตร นำนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ จำนวน 50 คน ร่วมวางแผนเพื่อการบริหารจัดการธุรกิจโฮมสเตย์เพื่อการ
ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 3 ตุลาคม 2552 ณ เทศบาลตำบลนาอ้อ อ. เมือง จ. เลย

ผศ. ดร. ฐิรชญา มณีเนตร อาจารย์ประจำภาควิชา 964820
การวางแผนและพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เผยว่า ชุมชนในเทศบาลตำบลนาอ้อ เป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรมอันโดดเด่นเป็นของตนเอง และกำลังพัฒนาเป็นธุรกิจโฮมสเตย์เพื่อการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จึงได้นำนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชา 964820 การวางแผนและพัฒนาการ ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม อันเป็นการบูรณาการการเรียนการสอนเข้ากับการบริการวิชาการ และนำผลสรุป
ที่ได้เสนอให้ชุมชนได้ทราบ และนำไปบริหารจัดการธุรกิจโฮมสเตย์ของชุมชนตามมาตรฐานของธุรกิจโฮมสเตย์ต่อไปได้

การบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมครั้งนี้ รวมระยะเวลา 3 วัน ประกอบด้วย การวางแผนการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ระบบบัญชีกลุ่มธุรกิจโฮมสเตย์ การจัดการการเงินกลุ่มธุรกิจโฮมสเตย์ ตรวจประเมินมาตรฐานการจัดทำคณะกรรมการกลุ่มโฮมสเตย์
และตรวจบ้านแต่ละหลังที่เข้าร่วมโครงการโฮมสเตย์แล้วปรับปรุงตามมาตรฐาน ทั้งนี้ นักศึกษาได้รับประสบการณ์การเรียนรู้เป็นอย่างดี
ซึ่งศูนย์บริการวิชาการ ร่วมกับ คณะ/ หน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เสริมสร้างศักยภาพให้กับชุมชน โครงการที่กล่าวมาเป็นเพียงบางส่วนที่ต้อง การมุ่งเน้นให้เกิดการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชน ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ โดยเกิดจากความร่วมมือหลายภาคส่วนที่ต้องการสร้างชุมชนให้พัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพ/ข่าว โดย ส่วนประชาสัมพันธ์และโสตทัศนูปกรณ์ ศูนย์บริการวิชาการ

สายวิชากายภาพบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ ดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

วันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา สายวิชากายภาพบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ ร่วมกับ
สำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ดำเนินโครงการ การผลิตของเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านดอนคอม
ต. ยางคำ อ. หนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โดยได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้ของเล่นแบบต่างๆ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการในเด็ก โดยนำของเล่นตามสมัยนิยมและของเล่นของ ปู่ไพ สมสีลา บางส่วนมาเป็นต้นแบบ ซึ่งของเล่นที่ประดิษฐ์ขึ้นจะใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ร่วมกับการใช้วัสดุในชุมชน มาผลิตของเล่นเด็กตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นพื้นฐาน
ในการนี้ มีผู้แทนจาก อบต. ผู้ปกครอง ครูและเด็กๆในศูนย์พัฒนาเด็กเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 100 คน โครงการนี้รับผิดชอบโดย ผศ. พิศมัย มะลิลา
ภาพ/ข่าว โดยคณะเทคนิคการแพทย์


ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2552

การประชุมวิชาการ ประจำปี 2552 การแพทย์หัวใจประชาชน ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 13  ตุลาคม 2552 ที่ห้องบรรยาย 1 ชั้น 2 อาคารเตรียมวิทยาศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ศ. นพ. ภิเศก ลุมพิกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 25 ประจำปี 2552 ภายใต้หัวข้อ
“การแพทย์หัวใจประชาชนในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ” โดยมี รศ. นพ. บุญส่ง พัจนสุนทร ประธานคณะกรรมการจัดประชุมฯได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของการจัดประชุมวิชาการท่ามกลางศิษย์เก่า  แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศที่มาร่วมประชุมวิชาการครั้งนี้อย่างล้นหลาม รอบนอกห้องประชุมมีการออกบูธของบริษัทต่าง ๆ ตลอดจนการจำหน่ายสินค้าราคาถูกเป็นจำนวนมาก 

จากนั้น ศ. นพ. ภิเศก ลุมพิกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ได้กล่าวต้อนรับอดีตคณบดี อาจารย์อาวุโส วิทยากร แขกผู้มีเกียรติ และศิษย์แพทย์ขอนแก่นพร้อมเผยถึงความรู้สึกดีใจ  ปลื้มใจ ที่ได้เห็นบรรดาคณาจารย์  และศิษย์เก่าที่ได้กลับมาเยี่ยมเยือนคณะแพทยศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง ว่า “ในการจัดประชุมวิชาการครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์หลักคือเน้นการส่งเสริมสุขภาพของคนไทยให้มีสุขภาพดี การส่งเสริมการดูแลสุขภาพร่างกายมิให้เจ็บไข้ได้ป่วย การบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ไม่ซับซ้อนได้ด้วยตนเอง จะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ป่วยในการดำรงชีวิตในยุคนี้ได้อย่างมาก อีกทั้งส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์และบุคลากรทางสาธารณสุข เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้  ความก้าวหน้าทางวิชาการแก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี
จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์  และวงการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องได้ทราบถึงวิทยาการทางการแพทย์  และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันกับยุคสมัย  ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการปฏิบัติงานตามวิชาชีพ  เป็นประโยชน์แก่ประชาชน  สังคม  และประเทศโดยส่วนรวม”

ต่อมาเป็นพิธีมอบรางวัลอาจารย์ตัวอย่างและ ศิษย์เก่าตัวอย่างดีเด่น
โดย รศ. นพ. วิทูรย์ ประเสริฐเจริญสุข รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและวิเทศสัมพันธ์  ในฐานะนายกสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ขอนแก่น ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า สมาคมศิษย์เก่าแพทย์ขอนแก่น ได้จัดให้มีการมอบรางวัล อาจารย์ตัวอย่าง และศิษย์เก่าดีเด่น    เป็นประจำทุกปีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูอาจารย์ที่เป็นแบบอย่างที่ดีของคณะแพทย ศาสตร์ มข. และประกาศเกียรติคุณ ให้กับศิษย์เก่าที่มีผลงานโดดเด่นในด้านต่าง ๆ โดยในปีนี้มีรางวัลอาจารย์ตัวอย่าง 2 รางวัล คือ อาจารย์ตัวอย่างชั้นคลินิกและชั้นปรีคลินิก   และในส่วนของรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มี  3 รางวัล คือ ศิษย์เก่าดีเด่นด้านบริการสังคม ด้านวิชาการ และด้านบริหาร ซึ่งในปี 2552 นี้ มีผู้ได้รับรางวัล ดังนี้

อาจารย์ตัวอย่างชั้นปรีคลินิก ได้แก่ ผศ. ปัทมา อมาตยคง ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ อาจารย์ตัวอย่างชั้นคลินิก ได้แก่  รศ. นพ. ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล  ภาควิชาอายุรศาสตร์ ศิษย์เก่าดีเด่นด้านบริการสังคม ได้แก่ นพ. สุชาติ ทองแป้น อายุรแพทย์ โรงพยาบาลมหาสารคาม
ศิษย์เก่าดีเด่นด้านบริหาร ได้แก่  นพ. วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น  และ   นพ. ศิริพงศ์ เหลืองวารินกุล กรรมการบริหารโรงพยาบาลรามคำแหง  และศิษย์เก่าดีเด่นด้านวิชาการ   ได้แก่   ผศ. นพ. สุรินทร์  อัศววิทูรทิพย์  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

จากนั้น เป็นพิธีมอบรางวัลนักวิจัยดีเด่น เสร็จแล้วได้เริ่มการบรรยายทางวิชาการเรื่องแรกเป็น ปาฐกถา กวี ทังสุบุตร ในหัวข้อ “ อนาคตไทย การแพทย์ไทย : ความท้าทายที่ต้องเผชิญ เส้นทางที่ต้องเลือก” โดยได้รับเกียรติจาก  ศ. ดร. กนก  วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นองค์ปาฐก

ในงานนี้ เจ้าของรางวัล ศิษย์เก่าดีเด่นด้านบริการสังคม นพ. สุชาติ   ทองแป้น อายุรแพทย์ โรงพยาบาลมหาสารคาม ได้นำเอาการแสดงหมอลำศิลปะพื้นบ้านชาวอีสาน มาแสดง โดย นพ. สุชาติ ทองแป้น เป็นผู้แสดงเอง ตั้งชื่อว่า หมอลำคณะบ้านร่มเย็นโรงพยาบาลมหาสารคาม  ( โด่งดังจนเคยออกรายการคนค้นคนมาแล้ว)  ซึ่งการแสดงหมอลำศิลปะพื้นบ้านชาวอีสานนี้ เป็นอีกหนทางเลือกอีกทางหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยโดยยึดหลักผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ภาพ/ข่าว โดยคณะแพทยศาสตร์

คณะพยาบาลศาสตร์ มข. ก้าวไกล ร่วมพัฒนาหลักสูตรปริญญาโท (นานาชาติ) กับมหาวิทยาลัยในเวียดนาม

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดโครงการพัฒนาความ
ร่วมมือในการจัดหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต กับมหาวิทยาลัยเว้ ( Hue University) และวิทยาลัยพยาบาลกวางตรี ( Guang Tri Secondary Medical School) ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นำทีมโดย รศ. ดร. วิพร เสนารักษ์ หัวหน้าโครงการฯ ผศ. ดร. พูลสุข ศิริพูล ประธานหลักสูตรปริญญาโท (นานาชาติ) รศ. ดร. สมจิต แดนสีแก้ว รองคณบดีฝ่ายพัฒนา
นักศึกษา และอาจารย์ รวมจำนวน 9 คน ไปศึกษาความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาโท (นานาชาติ) กับทั้งสองสถาบัน
โดยใช้หลักสูตรของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ในการไปศึกษาความพร้อมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ทั้งจากผู้บริหาร อาจารย์ และพยาบาลจากทั้งสองสถาบัน ทั้งนี้เพื่อพัฒนาศักยภาพของอาจารย์และพยาบาลให้มีความรู้ความสามารถทั้งในการปฏิบัติการพยาบาล และการสอนนักศึกษาพยาบาล เพื่อให้สามารถเปิดสอนในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป



ภาพ/ข่าว โดยคณะพยาบาลศาสตร์

หอศิลป์ - คณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. ขอเชิญชมนิทรรศการ "ปลายฝน ต้นหนาว" โดย รศ. สุวิช สถิตวิทยานันท์

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2552 เวลา 17.00 น. ที่อาคารหอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีพิธีเปิดนิทรรศการประติมากรรมเดี่ยว
ภายใต้ชื่อ “ปลายฝน ต้นหนาว” โดย รศ. สุวิช สถิตวิทยานันท์ อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ จรูญ บุญสวน ศิลปินอาวุโส เป็นประธานในพิธี

นิทรรศการนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ หอศิลปวัฒนธรรม
และคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย รศ. สุวิช
สถิตวิทยานันท์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรก ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และยังเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
อีกด้วย   รศ. สุวิช สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมชิ้นเอกที่ชื่อว่า “ แม่กับลูก” ตลอดระยะเวลารวม 34 ปี จนสามารถคว้ารางวัลเกียรตินิยมอันดับ 2 เหรียญเงิน จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 29  ผลงานชิ้นเอกที่สะท้อนความรักความกตัญญูที่มีต่อแม่
ทำให้อาจารย์ได้รับฉายา “สุวิช แม่กับลูก”

รศ. สุวิช ได้กล่าวถึง แนวคิดในการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ว่า “ ความเป็นไปในธรรมชาติและประสบการณ์ของชีวิต ได้กลั่นกรองความคิดและอารมณ์ความรู้สึกในการสร้างสรรค์งานของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ได้ยึดรูปแบบหรือลัทธิการสร้างสรรค์ใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้เพื่อเปิดใจกว้างและมีอิสระในการสร้างสรรค์ที่มีคุณค่าต่ออารมณ์ ความรู้สึก และการแสดงออกได้อย่างเต็มที่”

ระยะเวลากว่า 40 ปีแล้วที่ รศ. สุวิช สถิตวิทยานันท์ได้สร้างสรรค์ผลงานทางประติมากรรมอย่างต่อเนื่อง และใน ช่วงเวลานี้เอง
รศ. สุวิช สถิตวิทยานันท์ ได้ลองมองย้อนกลับหาธรรมชาติ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า ซึ่งอาจารย์ได้บอกว่าจะเก็บทุกสิ่งทุกอย่าง
ไว้ใน “ อดีตและความทรงจำ”

นิทรรศการดี ๆ แบบนี้ที่เราไม่อยากให้คุณพลาด “ ปลายฝน ต้นหนาว” นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่ช่วงปลายของฤดูฝน จนถึงต้นฤดูหนาว
วันที่ 3 - 28 ตุลาคม 2552 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัย ขอนแก่น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร. 0-4333-2035 หรือที่คุณวิทยา โทร. 08-9841-5486 ขอความกรุณาไม่แตะต้องหรือสัมผัสผลงานทุกชิ้นที่จัดแสดง

ภาพ/ข่าวโดย หอศิลปวัฒนธรรม


ประจำวันที่ 13 ตุลาคม 2552

อาจารย์วิศวฯ ผุดไอเดีย ประดิษฐ์นวัตกรรมสถานีฆ่าเชื้อแบบเท้าเหยียบ ช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

จากกรณีที่ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ระบาดไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นโรคติดต่อทางระบบ
ทางเดินหายใจ ทำให้โรคแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ทุกคนเกิดกระแสความกลัวและตื่นตัวว่าจะมีวิธีการดูแลรักษาและป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคนี้อย่างไร เพราะเชื้อโรคจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย สามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นด้วยการไอ จาม และสามารถติดต่อได้จากมือ หรือสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และจากสถานการณ์นี้เอง จึงเป็นช่องทางให้เกิดกระแสของธุรกิจ
ที่เกี่ยวกับการจำหน่ายหน้ากากอนามัย รวมถึงเจลล้างมือที่ผลิตออกมาแล้วไม่เพียงพอต่อการจำหน่ายในช่วงแรก  ซึ่ง ณ ปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ได้มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งที่บ้านและสำนักงาน บรรจุภัณฑ์
ที่นำมาใช้นั้นก็มีการออกแบบที่แตกต่างกันไป และที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
อ. ดร. นวภัค  เอื้ออนันต์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ได้ใช้สถานการณ์การเกิดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา นั่นคือ นวัตกรรมสถานีฆ่าเชื้อแบบเท้าเหยียบ

อ. ดร. นวภัค   เอื้ออนันต์


อ. ดร. นวภัค เอื้ออนันต์ เจ้าของผลงานเปิดเผยถึงแนวคิดการประดิษฐ์นวัตกรรมสถานีฆ่าเชื้อแบบเท้าเหยียบว่า  ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีการรณรงค์การป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่
สายพันธุ์ใหม่ 2009  ซึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์เองก็ได้มีการวางสเปรย์ฆ่าเชื้อและเจลล้างมือ เพื่อทำความสะอาดตามจุดต่าง ๆ เช่น หน้าห้องเรียน หน้าลิฟท์ และในห้องน้ำ ฯลฯ

จากการสังเกตพบว่า บุคลากรของคณะฯ ไม่มีใครใช้สเปรย์ฆ่าเชื้อและเจลล้างมือมากนัก ซึ่งอาจเกิดจากความกลัวที่จะต้องสัมผัสอุปกรณ์ฆ่าเชื้อกับบุคคลอื่น ทำให้ไม่นิยมใช้กัน ดังนั้น จึงเกิดแนวคิดว่าควรจะมีแท่นที่จะช่วยยึดอุปกรณ์ฆ่าเชื้อเพื่อไม่ต้องใช้มือกดหรือบีบ แต่เป็นการใช้ เท้าเหยียบแทน น่าจะทำให้บุคลากรใช้กันมากขึ้น จนเป็นที่มาของการประดิษฐ์   นวัตกรรมสถานีฆ่าเชื้อแบบเท้าเหยียบ “ ผมได้ประดิษฐ์นวัตกรรมสถานีฆ่าเชื้อแบบเท้าเหยียบ 2 แบบ คือ แบบที่ 1 เป็นเครื่องต้นแบบ คือ ใช้อุปกรณ์ท่อ PVC เป็นหลัก ลงทุน 200 บาท  เหมาะสำหรับใช้งานที่บ้านหรือที่ทำงาน อายุการใช้งานประมาณ 3 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน

แบบที่ 2 เป็นแบบสแตนเลส เหมาะสำหรับสถานที่ที่ต้องการความสวยงาม เช่น โรงแรม สนามบิน เป็นต้น ลงทุน 1,000 บาท ซึ่งจะคงทนถาวรมาก สำหรับจุดเด่นของผลงาน คือ ใช้งานง่ายไม่ต้องใช้มือกดหรือบีบ  และใช้แทนโต๊ะสำหรับวางอุปกรณ์ฆ่าเชื้อได้ ขณะนี้ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์
มีทั้งหมด 21 ชิ้น ประดิษฐ์ให้โรงเรียนอนุบาลสาธิต จำนวน 1 ชุด และโรงพยาบาลศรีนรินทร์ จำนวน 1 ชุด

สำหรับอุปกรณ์วัสดุที่ใช้ สามารถหาซื้อได้ง่ายตาม ร้านขายวัสดุก่อสร้าง ประกอบด้วย   1. ท่อ PVC 4 หุน 2.  ท่อ PVC 6 หุน 3. ข้องอ 90 องศา 4. ข้อต่อ PVC 3 ทาง 5. ท่อโค้งสำหรับ PVC 6. กาวเชื่อม 7. แผ่นไม้ 8. กระบอกฉีดน้ำ 9. เหล็กรัดสายยาง 10. น๊อตตัวผู้ 2 หุน 11. สว่านมือพร้อม ดอกสว่าน 12. เส้นเอ็น 13. ที่ต่อสายไฟ 14. ที่รองขาโต๊ะ โดยนำอุปกรณ์ทั้งหมดมาประกอบกัน จะเกิดเป็นชิ้นงานนั่นคือ นวัตกรรมสถานีฆ่าเชื้อแบบเท้าเหยียบ

นวัตกรรมสถานีฆ่าเชื้อแบบเท้าเหยียบ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตจดสิทธิบัตร
หากหน่วยงานใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
โทร.0-4336-2145-6 หรือที่ อ. ดร. นวภัค  เอื้ออนันต์ โทร. 0-896204169

ภาพ/ข่าว โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์

คณะพยาบาลศาสตร์ พัฒนาครูคลินิกอย่างต่อเนื่อง จัดหลักสูตร รุ่น 2

ภาพ/ข่าว โดยคณะพยาบาลศาสตร์

คณะพยาบาลสาสตร์ มข. จัดโครงการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ผู้ช่วยสอนในคลินิก รุ่นที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2552 สำหรับพยาบาลในโรงพยาบาลที่เป็นแหล่งฝึกปฏิบัติงาน และนักศึกษาบัณฑิตศึกษาที่เป็นอาจารย์ผู้ช่วยสอน
ในวันที่ 5 – 9 ตุลาคม 2552 โดยมี รศ. ดร. เอื้อมพร ทองกระจาย คณบดี
คณะพยาบาลศาสตร์ เป็นประธานเพื่อพัฒนาความเข้มแข็งทางวิชาการของอาจารย์ผู้ช่วยสอนในคลินิก ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการเรียนการสอนภาคปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ และเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือและความเข้าใจในการจัดการเรียนการสอนระหว่าง สถาบันที่นักศึกษาฝึกปฏิบัติงาน และคณะพยาบาลศาสตร์ มข. ตลอดจนให้อาจารย์ผู้สอนในคลินิกมีความเข้าใจวัตถุประสงค์การเรียน
การสอนของวิชา การพัฒนาบทบาทการเป็นครู และเป็นตัวแทนที่ดีในการ
หล่อหลอม คุณสมบัติของการเป็นพยาบาล และสามารถสร้างศรัทธาในการปฏิบัติการในวิชาชีพให้กับนักศึกษาได้

มข. เป็นเจ้าภาพจัดสัมมนาสภานิสิต – นศ. ทั่วประเทศ

วันที่ 12 ตุลาคม 2552 ที่ห้องประชุมใหญ่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาสภานิสิต - นักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 16 โดยมีผู้แทนสภานิสิต -นักศึกษา ระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ จาก 70 สถาบัน จำนวน 345 คน เข้าร่วมสัมมนา
งานนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ. ลิขิต อมาตยคง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ผศ. สิทธี วนิชาชีวะ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกีฬา ร่วมเป็นเกียรติ งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11- 15 ตุลาคม 2552 มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การบรรยายพิเศษ การเสวนา การนำเสนอผลงาน และการศึกษาดูงานในสถานที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่น

ผศ. ลิขิต อมาตยคง


ผศ. ลิขิต อมาตยคง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา กล่าวว่า สภานิสิต – นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เป็นองค์กรกิจกรรมองค์กรหนึ่งของนิสิต นักศึกษาที่ดำเนินกิจกรรมเสริมหลักสูตรในมหาวิทยาลัย มีหน้าที่พิทักษ์สิทธิและประโยชน์อันพึงได้รับของนิสิต – นักศึกษา รวมทั้งดำเนินกิจกรรมที่ก่อประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย สังคม และประเทศชาติ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่เป้าหมายเดียวกัน แต่มีแนวทางการดำเนินงานที่แตกต่างกันในบางบริบท ตามปัจจัยแวดล้อมของแต่ละสถาบัน


ดังนั้นเพื่อให้สภานิสิต - นักศึกษา ได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนมุมมองประสบการณ์ในการทำงาน รวมทั้งเป็นการรวมพลังอย่างสร้างสรรค์ของนิสิต – นักศึกษา ในฐานะเยาวชนผู้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ จะได้มีโอกาสสร้างความร่วมมือระหว่างกัน และเป็นการพัฒนาศักยภาพของนิสิต นักศึกษา รวมทั้งองค์กรสภานักศึกษาด้วย อันจะเป็นการฝึกฝน และเติมเต็มความเป็นบัณฑิตที่มีจิตสำนึกเพื่อสังคม นำความรู้ไปพัฒนาประเทศชาติ จึงได้มีการจัดสัมมนาสภานิสิต – นักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อพัฒนาองค์กรและเพิ่มศักยภาพตามบทบาทและหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งในปีนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาสภานิสิต - นักศึกษา ครั้งที่ 16 โดยครั้งนี้ได้มุ่งเน้นการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ในการปฏิบัติงานของผู้นำนิสิต – นักศึกษา โดยการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาปรับใช้


ประจำวันที่ 12 ตุลาคม 2552

-


ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2552

( วันอาทิตย์ )


ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2552

( วันเสาร์ )


ประจำวันที่ 9 ตุลาคม 2552

มข. ขานรับ ประกาศ ก.พ.อ. จัดอบรมหัวหน้างานในสถาบัน อุดมศึกษารัฐทั่วประเทศ

คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ( ก.พ.อ.)
ได้ประกาศมาตรฐานการกำหนดตำแหน่ง และการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น โดยกำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารต้องผ่านการอบรมหลักสูตร
นักบริหารที่ ก.พ.อ. รับรอง ทำให้ผู้ที่เป็นข้าราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานขึ้นไป
หรือผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งต้องผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารนี้

มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จึงจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารงานอุดมศึกษาระดับกลางนักบริหารสายสนับสนุนและช่วยวิชาการ (นบช.) รุ่นที่ 1 ขึ้นเพื่อ รองรับประกาศดังกล่าว
โดยเนื้อหาของหลักสูตรเป็นการเตรียมพื้นฐานก่อนการเป็นผู้บริหาร และพัฒนาผู้บริหารสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัย/สถาบัน ซึ่งต้องทราบขอบข่ายงานที่เกี่ยวข้องกับอุดมศึกษา โดยจัดขึ้นตามกรอบมาตรฐานหลักสูตรการบริหารอุดมศึกษาระดับกลาง ที่ สกอ. กำหนดไว้

รศ.ดร.สุลัดดา ลอยฟ้า ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า หลักสูตรนี้เป็นความร่วมมือของ มข. และ สกอ. โดยผู้ที่เข้ารับการอบรมคือ ผู้บริหารสายสนับสนุนระดับหัวหน้างานหรือเทียบเท่า และผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ตำแหน่งหัวหน้างานจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐทุกแห่งทั่วประเทศ ซึ่งรุ่นแรกนี้มี จำนวน 52 คน อบรมระหว่างวันที่ 5 ตุลาคม ถึง 25 ธันวาคม 2552  โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งภายใน มข. และ สกอ. ซึ่งมีพิธีเปิดการฝึกอบรมไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่อาคารศูนย์บริการวิชาการ มข. โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. สุมนต์ สกลไชย อธิการบดี มข. เป็นประธานและบรรยายพิเศษ หัวข้อ บริบทการบริหารอุดมศึกษา 

สำหรับสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นองค์กรในกำกับของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่พึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552 โดยมี รศ. ดร. สุลัดดา  ลอยฟ้า ( อดีตรองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคล มข. ) เป็นผู้อำนวยการสถาบันฯ ซึ่งมีวิสัยทัศน์เป็นสถาบันชั้นนำ ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมืออาชีพ เพื่อเพิ่มศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยสู่ความเป็นผู้นำในวิชาชีพ และเพิ่มขีดความ สามารถในการแข่งขันของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์และนโยบาย ตลอดจนเป็นศูนย์ กลางความเป็นเลิศในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภูมิภาค 

อย่างไรก็ตาม หลักสูตรนี้จะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับประกาศฉบับดังกล่าว ซึ่งท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของสำนักส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา http://basd.mua.go.th   หรือ สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มข. โทรศัพท์ 043-202013

คณะเกษตรศาสตร์ ฝึกอาชีพเกษตรให้ทหารเพื่อใช้เลี้ยงชีพหลังปลดประจำการ

เร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุม งานบริการวิชาการและวิจัย คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ. ดร. อนันต์ พลธานี คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรม “ อาชีพทางด้านการเกษตร” ระหว่างวันที่ 21 – 25 กันยายน 2552 ให้แก่ทหารกองประจำการ มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เพื่อให้สามารถนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตหลังปลดประจำการ

รศ. ดร. อนันต์ พลธานี กล่าวเปิดการฝึกอบรม ความว่า “ เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าอาชีพการเกษตรเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินชีวิตของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ
ซึ่งไทยได้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา เนื่องจากความเป็นประเทศเกษตรกรรมโดยแท้จริง และเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศสามารถดำเนินการผลิตทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี นับเป็นความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับวิถีทางการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รัฐบาลได้น้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศและให้ความสำคัญต่อการพัฒนาส่งเสริมประชากรในระดับรากฐาน

ดังนั้น การพัฒนาอาชีพทางการเกษตร ควบคู่ไปกับการปลูกฝังความเข้าใจ จนก่อให้เกิดการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นแนวทางหนึ่ง ในการสนับสนุนการพัฒนาในระดับรากฐานของประเทศอีกด้วย คณะเกษตรศาสตร์ ฝ่ายสังคมและชุมชนสัมพันธ์ มข.และมณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร อ. เมือง จ. ขอนแก่น ได้เล็งเห็นความสำคัญของการประกอบอาชีพการเกษตร อันเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิต และเป็นอาชีพทางเลือกของทหารก่อนจะปลดประจำการ จึงมีความประสงค์ที่จะให้เหล่าทหาร ได้รับการฝึกอบรมอาชีพทางด้านการเกษตร เพื่อให้สามารถนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตหลังปลดประจำการต่อไปได้

การฝึกอบรมอาชีพการเกษตร ให้แก่ทหารกองประจำการ มณฑลทหารบกที่ 23 อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างคณะเกษตรศาสตร์ และ ฝ่ายสังคมและชุมชนสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับ มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร
อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา โดยในครั้งนี้ มีการฝึกอบรมอาชีพการเกษตร อาทิ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง การขยายพันธุ์ไม้ผล การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ การผลิตสัตว์เศรษฐกิจ การขยาย พันธุ์สัตว์น้ำ การจัดทำระบบชลประทาน การทำน้ำส้มควันไม้ และการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ เกษตรผสมผสาน เป็นต้น สำหรับปี 2552 นี้ได้จัดให้มีขึ้นเป็นครั้งที่ 2  ในระหว่างวันที่ 21- 25 กันยายน 2552
ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ภาพ/ข่าวโดยคณะเกษตรศาสตร์

แนะนำคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ คนใหม่

ตามที่ รศ. ทพ. อินทรพล หอวิจิตร คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์  มข. ได้สิ้นสุดวาระการดำรงคณบดี ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2552
ดังนั้น เพื่อให้การบริหารราชการของคณะทันตแพทยศาสตร์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ และบังเกิดผลดีต่อทางราชการ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 16 (8) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2541   ประกอบกับมติสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ในคราวประชุมครั้งที่ 7/2552 เมื่อวันที่  1 กรกฎาคม 2552 จึงแต่งตั้งให้ รศ. ทพญ. ดร. นวรัตน์ วราอัศวปติ เจริญ  สังกัดภาควิชา
ปริทันตวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์

รศ. ทพญ. ดร. นวรัตน์
วราอัศวปติ เจริญ

รศ. ทพญ. ดร. นวรัตน์ วราอัศวปติ เจริญ กล่าวถึง แนวทางการบริหารจัดการคณะทันตแพทยศาสตร์ ใน 4 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2552-2556) ว่าเป็นช่วงที่มีความท้าทายหลายประการ
และมีปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ที่ต้องคำนึงถึง ในยุคนี้ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น “ศตวรรษแห่งเอเชีย”
และการแข่งขันในเวทีโลกด้านการศึกษาและการบริการทันตกรรมทวีความรุนแรงขึ้น
คณะทันตแพทยศาสตร์ จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและ นำไปสู่การพึ่งตนเองได้ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และมุ่งการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศตามมาตรฐานสากลที่ตอบ สนองความต้องการท้องถิ่น ภายใต้ปรัชญาของการก่อตั้ง มข. และบริบทของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้คือ

“ คณะทันตแพทยศาสตร์ มข. เป็นสถาบันชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการและวิจัย เป็นแหล่งผลิตบัณฑิตที่ได้มาตรฐานวิชาชีพระดับสากล และเป็นศูนย์กลางทันตกรรมและทันตสาธารณสุขในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ภายใต้การบริหารจัดการและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ดีและบรรยากาศการทำงานที่มีความสุข”

รศ. ทพญ. ดร. นวรัตน์ วราอัศวปติ เจริญ สำเร็จการศึกษา ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
พ.ศ. 2536 ปริญญาเอก Doctor of Medical Science จาก Harvard University สหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2541 อนุมัติบัตรสาขาปริทันตวิทยา
จากทันตแพทยสภา ประเทศไทย พ.ศ. 2546 วุฒิบัตรสาขาปริทันตวิทยา จาก The American Board of Periodontology สหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2546

ประสบการณ์การบริหาร ระดับคณะ : ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายรักษาพยาบาล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายคลินิก ระดับมหาวิทยาลัย : ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันขงจื๊อ ผู้รักษาการผู้อำนวยการสถาบันภาษา ระดับนานาชาติ : ผู้แทนผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นในหน่วยงาน / องค์กรนานาชาติ เช่น GMSARA (Great Mekong Subregion Academic and Research Network ) GMSTEC ( Greater Mekong Subregion Tertiary Education Consortium ) ASAIHL (Association of Southeast Asian Institution of Higher Learning ) ATPAC (Association of Thai Professionals in America and Canada )


ประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2552

มข. และ สกว. ลงนามความร่วมมือพัฒนาเครือข่ายวิจัยและปรับปรุงไก่พื้นเมืองแบบครบวงจร

เร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 8 คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ “ การจัดตั้งศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ (ไก่พื้นเมือง)” ระหว่าง มหาวิทยาลัย ขอนแก่น กับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. สุมนต์ สกลชัย อธิการบดี และ ศาสตราจารย์ ดร. สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ เป็นผู้ลงนามและมี รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริชัย ตรัยรัตนศิริชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี และ รองศาสตราจารย์ ดร. จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ ผู้อำนวยการฝ่ายเกษตร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)ร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ตกลงร่วมมือจัดตั้งศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ ( ไก่พื้น เมือง) เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของ มข. ที่พัฒนาขึ้นจากโครงการ “ การพัฒนาฝูงพ่อแม่พันธุ์ไก่พื้นเมืองไทยพันธุ์ประดู่หางดำและชี ด้วยดัชนีการคัดเลือก” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง สกว. มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่
ราชมงคลอีสานวิทยาเขตกาฬสินธุ์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. มนต์ชัย ดวงจินดา เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้รับทุนสนับสนุนโครงการฯ
จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย จำนวน 9 ล้านบาท และ รับจากฝ่ายวิจัย มข. จำนวน 9 ล้านบาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 18 ล้านบาท

ความร่วมมือทางวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้และการวิจัยด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ครบวงจร โดยใช้ไก่พื้นเมืองเป็นต้นแบบ รวมทั้ง สร้างเครือข่ายด้านการวิจัยและพัฒนาและวิชาการด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ (ไก่พื้นเมือง) ซึ่งคาดหวังว่าภายใต้โครงการความร่วมมือนี้จะทำให้สามารถตอบโจทย์ ทั้งด้านผู้บริโภค ผู้ผลิต และทางวิชาการ โดยจะทำให้ได้เนื้อไก่ที่มีคุณภาพและสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์กับการพัฒนาไก่พื้นเมืองของประเทศต่อไป

ภาพ/ข่าว โดยคณะเกษตรศาสตร์

เอ็ม เค เรสเตอรองต์ มอบเงินสมทบกองทุนวันศรีนครินทร์ฯ

วันที่ 25 กันยายน 2552  ศ. นพ. วิรุฬห์  เหล่าภัทรเกษม คณบดีคณะแพทยศาสตร์ (ในขณะนั้น) และ รศ. พญ.เนสินี  ไชยเอีย  รักษาการหัวหน้าสำนักงานอาชีวอนามัยฯ และอาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มข. ได้รับมอบเงินบริจาคจำนวน4,500,000 บาท  จาก คุณฤทธิ์  ธีระโกเมน  ประธานกรรมการบริหาร  บริษัท เอ็ม เค เรสเตอรองต์ จำกัด ซึ่งบริจาคผ่าน
กองทุนวันศรีนครินทร์ในพระราชูปถัมภ์ฯ   เพื่อสมทบเป็นงบประมาณจัดซื้อรถตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องเอกซเรย์ระบบดิจิตอล  ห้องเงียบตรวจการได้ยิน  ห้องตรวจอเนกประสงค์เพื่อให้บริการตรวจสุขภาพประชาชนทั่วไป  บุคลากร มข. และพนักงานในสถานประกอบการ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง

นักศึกษาปริญญาเอก คณะวิทยาศาสตร์ คว้ารางวัลโปสเตอร์ยอดเยี่ยมในการประชุมวิชาการนานาชาติ ABIC 2009

นายวัฒนชัย ล้นทม นักศึกษาปริญญาเอกของภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในความดูแลของ รศ. ดร. มานิตย์ โฆษิตตระกูล ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดโปสเตอร์ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ ABIC 2009 :  Agricultural Biotechnology for Better Living and a Clean Environment ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 25 กันยายน 2552 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นโดย Agricultural Biotechnology International Conference (ABIC) Foundation ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศแคนาดา โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือไบโอเทค เป็นเจ้าภาพ

นายวัฒนชัย ล้นทม ได้รับรางวัลจากผลงานเรื่อง Quantitative real-time RT-PCR analysis of SAI gene expression in sugarcane internodes during postharvest storage จากการประกวดในกลุ่มผลงานของนักศึกษาในสาขาเทคโนโลยีชีวภาพของพืช

ภาพ/ข่าว โดยคณะวิทยาศาสตร์

พนักงานยิ้มออก ก.บ.ม. มข. ยืนยันใช้เกณฑ์เดิมเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัย

รศ. ดร. สัญญา ร้อยสมมุติ รองอธิการบดีฝ่ายบุคคลและการพัสดุ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่า จากมติคณะกรรมการบริหารงานบุคคลประจำมหาวิทยาลัย (ก.บ.ม.) ในการประชุมครั้งที่ 9 /2552 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2552 ให้ชะลอการใช้ประกาศ ก.บ.ม. มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ฉบับที่15 /2552) ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากช่วงเวลากระชั้นชิด ที่ประชุมจึงมีมติให้ชะลอการใช้ประกาศดังกล่าวในการเลื่อนขั้นเงินเดือนรอบ 1 ตุลาคม 2552 และให้ใช้หลักเกณฑ์การเลื่อนขั้นเงินเดือนเดิมไปก่อน โดยปรับการเลื่อนขั้น 2 ขั้น 1.5 ขั้น 1 ขั้น และ 0.5 ขั้น เปลี่ยนเป็น 8.5 % 6.5% 4.5% และ 2.5% ตามลำดับ และปรับวงเงิน
งบประมาณที่ใช้ในการเลื่อนเงินเดือน จาก 3% เป็น 5.85 % (เหมือนเดิม) ส่วนโควตาให้ใช้หลักการเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบการเลื่อนขั้นเงินเดือนที่ยกเลิกบัญชีเงินเดือนเป็นระบบแท่ง จึงให้เลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นร้อยละแทน

ยินดีกับลูกศิษย์

ผศ. พวงทอง อ่อนจำรัส  ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิต มข. พร้อมด้วยคณาจารย์
ร่วมแสดงความยินดีกับ นางสาวสุขิตา  จำปาวงษ์ นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์
ชั้นปีที่ 1 ศิษย์เก่าโรงเรียนสาธิต มข. ในโอกาสได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ
ประจำปี 2552  สาขาการศึกษาและวิชาการ  ซึ่งเข้ารับประทานรางวัลจาก
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

ภาพ/ข่าว โดยโรงเรียนสาธิตฯ


ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2552

มข. มอบศาลาอาคารจตุรมุข เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ “ผู้กองแคน” วีรบุรุษผู้รักชาติยิ่งชีพ

พล.ต.ท. ธรณิศ ศรีสุข

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2552 ได้มีพิธีมอบศาลา “ อาคารจตุรมุข” เพื่อเป็นเกียรติประวัติแด่
พล.ต.ท. ธรณิศ ศรีสุข  หรือที่รู้จักกันดีในนาม "ผู้กองแคน" ณ วัดสว่างสุทธาราม
บ้านหนองกุง ถนนมิตรภาพ ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ในการนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. สุมนต์ สกลไชย อธิการบดี ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี   โดยมี ผศ. วิชัย ณีรัตนพันธุ์ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและศิษย์เก่าสัมพันธ์ พร้อมด้วย รศ. ดร. เกรียงศักดิ์ ศรีสุข ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยน้ำบาดาล ภาควิชาเทคโนโลยีธรณี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเป็นบิดาของ “ ผู้กองแคน” ได้ให้เกียรติร่วมเปิดผ้าแพรคลุมป้าย ท่ามกลางคณาจารย์ บรรดาเครือญาติ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม งานอย่างคับคั่ง


ศาลา “อาคารจตุรมุข” ที่สร้างขึ้นนี้ เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของมหาวิทยาลัยขอนแก่น อีกทั้งต้องการมอบไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ พล.ต.ท. ธรณิศ ศรีสุข หรือ
“ผู้กองแคน” ชายชาตินักรบ ซึ่งสมควรได้รับการยกย่องในฐานะวีรบุรุษของชาติ ผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์อันสูงส่งตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต โดยใช้งบประมาณในการ
ก่อสร้างอาคารเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 1,500,000 บาท ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ร่วมสมทบทุนเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท นอกจากนั้น ตระกูล “ศรีสุข” ได้จัดทำผ้าป่าและได้รับเงินสมทบทุนจากผู้มีจิตศรัทธาอีกกว่า 500,000 บาท

ผู้กองแคน ผู้บังคับหมวด (สัญญาบัตร 1) กองร้อยรบพิเศษที่ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ยอดวีรบุรุษผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2520 ที่จังหวัดขอนแก่น เป็นบุตรชายของ รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ศรีสุข อดีตคณบดี
คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัย
น้ำบาดาล ภาควิชาเทคโนโลยีธรณี ส่วนมารดาคือ รศ. ทันตแพทย์หญิงนิธิภาวี ศรีสุข
อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเสียชีวิตเมื่อหลายปีมาแล้ว

ชีวิตในวัยเด็กของ ผู้กองแคน เติบโตที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมกับน้องชายเพียงคนเดียวคือ นายแพทย์ ธราธิป ศรีสุข โดยบิดามารดาตั้งชื่อเล่นให้เขาว่า " แคน' ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของแผ่นดินอีสาน แคน เริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนจะติดตามบิดาไปศึกษาต่อที่ประเทศแคนาดา เมื่อปี 2533

เมื่อกลับมาเมืองไทย ได้เข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จนกระทั่งถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จึงไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เมื่อปี 2538 ได้เป็นลำดับที่ 1 โดยเลือกเหล่าตำรวจ ด้วยความใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็น ตชด. เพื่อรับใช้ชาติและปกป้องคุ้มครองพี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล จากนั้น ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐประศาสนศาสตร์
นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่54

ผู้กองแคน มีคติพจน์ประจำใจว่า “ จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา” นอกจากนั้น ยังได้ฝากข้อคิดไว้ว่า จงเป็นผู้เสียสละ อย่าคาดหวังว่าเราจะได้อะไรบ้างจากหน่วยงานและประเทศชาติ แต่จงคิดเสมอว่าเราทำอะไรได้บ้างให้แก่หน่วยงานและประเทศชาติ

ผู้กองแคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2550 โดยมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2550 และได้รับการเลื่อน 7 ชั้นยศ ประดับยศ พลตำรวจโท และได้รับเหรียญกล้าหาญบางระจันจากกระทรวงกลาโหม

เนตรนภา โสภะสุนทร สำนักวัฒนธรรม : ข่าว

โครงการหนูรักผักสีเขียว ประชุมสรุปผลกิจกรรมเชิญตัวแทนโรงเรียนในโครงการรับมอบเงินสนับสนุน

โครงการหนูรักผักสีเขียว เป็นส่วนหนึ่งในโครงการตามนโยบายของสภามหาวิทยาลัย เพื่อให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นนำองค์ความรู้ไปสู่การบริการสังคม โดยเป็นการดำเนินโครงการแบบ สหวิทยาการของคณะวิชาต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี รศ. พิษณุ อุตตมะเวทิน คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ เป็นประธานโครงการ ได้เริ่มดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาแหล่งอาหารที่มีคุณภาพแบบครบวงจร ให้แก่โรงเรียนเป้าหมายใน 7 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 80 โรงเรียน มีนักเรียนในโครงการ 12 , 000 คน เริ่มแผนงานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2542 ขณะนี้อยู่ในแผนงานระยะที่ 3 ซึ่งสิ้นสุดใน พ.ศ. 2555 ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2552 ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข. พล.ต.อ. เภา สารสิน นายกสภาฯ ในฐานะประธานมูลนิธิมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ได้เดินทางมาเปิดการประชุมสรุปผลโครงการหนูรักผักสีเขียว ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมเป็นตัวแทนของโรงเรียนในโครงการทั้ง 80 โรงเรียน โดย รศ. พิษณุ อุตตมะเวทิน บรรยายสรุป ผลการดำเนินโครงการ จากนั้น พล.ต.อ. เภา สารสิน ได้กล่าวเปิดและมอบเงินสนับสนุนให้โรงเรียนที่ร่วมโครงการ โรงเรียนละ 10 , 000 บาท พร้อมทั้งป้ายโครงการหนูรักผักสีเขียว

พล.ต.อ. เภา สารสิน กล่าวว่า มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย มุ่งเน้นสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนในชุมชนต่าง ๆ การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความร่วมมือและสนับสนุนกิจกรรมของสถาบันการศึกษา และองค์กรภาค รัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาและเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน สำหรับทุนโครงการหนูรักผักสีเขียวที่มอบให้ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนในภาคอีสาน ซึ่งพบว่านักเรียนระดับประถม ศึกษาเป็นโรคขาดโปรตีน พลังงานและโลหิตจาง จำนวนมาก เพราะการบริโภคไม่เหมาะสม และขาดสารอาหาร ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาการของเด็ก เงินจำนวนนี้จะไปช่วยให้เกิดการเริ่มต้นโครงการที่จะก้าวต่อไปได้ด้วยการช่วย เหลือสนับสนุนจากนักวิชาการของโครงการ เพื่อเป้าหมายร่วมกันคือ การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็กไทยของเราต่อไป

อุดมชัย สุพรรณวงศ์ ภาพ/ข่าว

ผู้ทรงคุณวุฒิเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง มข. ร่วมหารือโครงการ “มข. อยู่ดีมีสุข”

ผู้ทรงคุณวุฒิเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง มข. ร่วมปรึกษาหารือนโยบายและแนวทางการดำเนินงานโครงการ “ มข. อยู่ดีมีสุข”
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2552 ณ ห้องประชุมมณีเทวา ศูนย์บริการวิชาการ

สภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เสนอแนะให้ดำเนินงานตามพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นไปในลักษณะของเครือข่ายการทำงานทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง มข. ประกอบด้วย นายแพทย์ อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน ศ. นพ. ภิเษก ลุมพิกานนท์ รศ. พญ. ศจี สัตยุตม์ รศ. ดร. อำนวย คำตื้อ รศ. นงลักษณ์ สุพรรณไชยมาตย์ รศ. น้อมจิตต์ นวลเนตร์ พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน และรองผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ เป็นกรรมการ

รศ. ดร. อำนวย คำตื้อ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ เปิดเผยว่า “โครงการ มข. อยู่ดีมีสุข” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ หรือการประยุกต์ใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และการดำเนินการให้บริการวิชาการแก่สังคมตามกลยุทธ์มหาวิทยาลัยขอนแก่นต่อไป

ภาพ/ข่าว โดย ศูนย์บริการวิชาการ

 


ประจำวันที่ 6 ตุลาคม 2552

แผนงานสร้างอาคาร ร.ร. สาธิตมอดินแดง คืบหน้า มข. อนุมัติงบผูกพัน 3 ปี 70 ล้าน
หวังพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้บุตรหลานบุคลากร

อธิการบดีเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการดูแลด้านสวัสดิการของบุคลากร พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น มอดินแดง เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอาคารเรียน ที่มีสภาพทรุดโทรม และไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนที่เพิ่ม หลังนำข้อมูลจากการตรวจเยี่ยมและรับทราบปัญหาเมื่อต้นปีที่ผ่านมาไปศึกษา

ผศ. พวงทอง อ่อนจำรัส ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ผู้บริหารและคณาจารย์ทุกฝ่ายได้พยายามพัฒนาให้โรงเรียนสาธิตฯ มอดินแดง เป็นโรงเรียนที่มีมาตรฐานสามารถรองรับบุตรของบุคลากรและประชาชนให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ แต่เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่เป็นสวัสดิการมากขึ้นเป็นลำดับทำให้ห้องเรียนและส่วนบริการไม่เพียงพอ จึงได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณไปยังมหาวิทยาลัยมาทุกปี ขณะที่ยังไม่ได้รับการพิจารณา ทางโรงเรียนฯ ก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาด้วยเงินอุดหนุนการศึกษาที่มีอยู่ อีกทั้งได้สร้างต่อเติมอาคารชั่วคราวให้พอใช้งานได้ ซึ่งไม่สะดวกนักสำหรับนักเรียน และยังประสบปัญหาน้ำท่วมขังอาคารอีกด้วย

จนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. สุมนต์ สกลไชย อธิการบดี พร้อมด้วย
ผศ. ดร. วินัย ใจขาน รองอธิการบดีฝ่ายสังคมและชุมชนสัมพันธ์ ได้มาตรวจเยี่ยมและรับทราบปัญหาตลอดจนหารือให้ข้อเสนอแนะในเรื่องแบบการก่อสร้างอาคารที่มีความเหมาะสมใช้งานได้อย่างคุ้มค่า จากการที่โรงเรียนฯ ได้ของบประมาณในเบื้องต้นไว้ 16 ล้านบาท ซึ่งอธิการบดีได้พิจารณาถึงความจำเป็นที่จะให้มีอาคารที่มีความเพียบพร้อมทั้งตัวอาคารและอุปกรณ์ครุภัณฑ์หลัก จึงได้จัดหางบประมาณ

ผศ. พวงทอง อ่อนจำรัส

สนับสนุนในการนี้ถึง 28 ล้านบาท จากงบประมาณในปีงบประมาณ 2552 เพื่อสร้างอาคาร 4 ชั้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาซึ่งจะสร้าง
ต่อเนื่องด้านหลังอาคาร 7 ปีเดิมของนักเรียนมัธยมศึกษาจำนวน 2 ชุด คือด้านทิศตะวันออกและด้านทิศตะวันตกไปชิดคณะสัตวแพทยศาสตร์ โดยเป็นห้องเรียน ห้องสมุด และห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ พร้อมโสตทัศนูปกรณ์ ซึ่งขณะนี้ แบบการก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมที่จะจัดหา
ผู้ดำเนินการ

ผศ.ดร.วินัย ใจขาน รองอธิการบดีฝ่ายสังคมและชุมชนสัมพันธ์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว kku news ว่านับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จังหวัดขอนแก่นได้พิจาณาอนุมัติเงินพัฒนาจังหวัดปีงบประมาณ 2552 เพื่อจัดสร้างอาคารโรงเรียนสาธิตด้านทิศ ตะวันออก โดยมีราคากลางสิ่งก่อสร้างเป็นมูลค่า 9,996 , 000 บาท ตามที่มหาวิทยาลัยได้ทำโครงการเสนอไป ฝ่ายสังคมและชุมชนสัมพันธ์ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิการบดีให้ประสานงานข้อมูลกับจังหวัดถึงความจำเป็นในเรื่องนี้ โดยได้ชี้แจงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดถึงความจำเป็นในการสร้างโอกาสทางการศึกษา
ให้กับบุตรของบุคลากรและประชาชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อขวัญและกำลังใจในการพัฒนางาน พัฒนามหาวิทยาลัยที่เป็นองค์กรสำคัญของจังหวัดให้มีความเข้มแข็งควบคู่ไปด้วย และจากการที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ร่วมให้การสนับสนุนภารกิจของจังหวัดด้วยดีตลอดมา ก็นับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ได้รับความอนุเคราะห์งบประมาณในครั้งนี้ สำหรับวงเงินนี้จะใช้ในการก่อสร้างอาคารเรียนมัธยมศึกษาชุดที่ 1 โดยมหาวิทยาลัยจะสมทบงบประมาณเพิ่มเติมอีก 4 ล้านบาท ในส่วนของอาคารเรียนชุดที่ 2 นั้น มหาวิทยาลัยจะจัดสรรเงินจำนวน 14 ล้านบาท จากงบปี 2552 ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้พร้อม ๆ กัน ทั้งสองอาคาร

ผศ. พวงทอง อ่อนจำรัส ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า อธิการบดีแจ้งต่อโรงเรียนว่า ได้มีการพิจารณางบประมาณผูกพันปี 2553ไว้แล้วจำนวน
24 ล้านบาทและงบประมาณผูกพัน ปี 2554 จำนวน 24 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาในส่วนของอาคารด้านประถมศึกษาที่เป็นอาคารชั่วคราว รวมเป็นเงิน 48 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างอาคารเรียนระดับประถมศึกษา นับได้ว่ามหาวิทยาลัยเห็นความสำคัญ และให้ความกรุณาต่อบุตรหลานของบุคลากรเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการออกแบบอาคารเรียนนั้น ได้พิจารณาถึงความคุ้มค่าของการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เช่น การขยายขนาดห้องเรียนให้กว้างเพียงพอต่อการจัดกิจกรรม การดูแลในเรื่องความปลอดภัย การติดตั้งโสตทัศนูปกรณ์ที่มีความสะดวกในการใช้สอย และขณะที่มีการก่อสร้างก็จะมีการบริหารจัดการไม่ให้กระทบต่อการเรียนการสอน

“ สำหรับการก่อสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนสาธิตฯ มอดินแดง จะช่วยบรรเทาปัญหาความแออัดของนักเรียนได้ อีกทั้งจะทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีในอนาคต” ผศ. พวงทอง กล่าวในที่สุด

อุดมชัย สุพรรณวงศ์ / รายงาน

รศ. สมปัต ตัญตรัยรัตน์ รับรางวัล “ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ”

มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้พิจารณาคัดเลือกให้ รศ. สมปัต ตัญตรัยรัตน์
ผู้อำนวยการศูนย์ประสบการณ์วิชาชีพครู และประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการสอนภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มข. รับรางวัล
“ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ประจำปี 2552  ประเภทอาจารย์ระดับอุดมศึกษาผู้ทรงคุณธรรม มีผลงานดีเด่นในการพัฒนาคุณธรรม
และจริยธรรมของนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา 

โดยทางมูลนิธิฯ ได้กราบทูลเชิญ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา
ทินัดดามาตุ   เสด็จไปประทานรางวัลฯ ในงาน “25 ปี วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
สตรีไทย...ผู้นำสตรีโลก” ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์
ถนนพระราม 6  ในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2552   ซึ่งเป็นวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรมของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง11) และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา 10.30 น.

หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้รับการยกย่องว่าเป็นปูชนียบุคคลระดับโลก เนื่องด้วยได้ประกอบคุณงามความดีเป็นอเนกประการแก่ประเทศชาติและโลก เป็นคนไทยคนเดียวและคนเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสภาสตรีระหว่างประเทศ ( สภาสตรีโลก) ในรอบ 121 ปี อีกทั้งเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติของนักสังคมสงเคราะห์ นักพัฒนาสังคมผู้เสียสละ เป็นผู้นำสตรีที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ริเริ่มงานระดับชาติจำนวนมากตั้งแต่ 50 กว่าปีที่แล้ว  ซึ่งเป็นงานสาธารณกุศลที่ส่งเสริมสนับสนุนงานของรัฐบาล และงานเหล่านั้นยังจำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งยังดำเนินงานอย่างต่อเนื่องถึงทุกวันนี้

ภาพ/ข่าวโดยคณะศึกษาศาสตร์

นักศึกษาเทคนิคการแพทย์ รับทุนสมาคมเทคนิคการแพทย์ฯ - เซฟการ์ด ตลอดหลักสูตร

นางสาวปัทมาพร ทองพิมพ์ นักศึกษาสาขาเทคนิคการแพทย์ ชั้นปีที่ 1 คณะเทคนิคการแพทย์ มข. เข้ารับมอบทุนการศึกษาสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย-เซฟการ์ด ประจำปี 2552 ณ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด
อาคารเอ็มโพเรี่ยม โดยมี รศ. ดร. เกรียงไกร กิจเจริญ คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีด้วย  



ภาพ/ข่าว โดยคณะเทคนิคการแพทย์

ทุนการศึกษาดังกล่าว เป็นทุนที่สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย โดยความสนับสนุนจากบริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จัดมอบให้กับนิสิต/นักศึกษาเทคนิคการแพทย์ ชั้นปีที่ 1 ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน 9 แห่งทั่วประเทศ รวม 9 ทุน ทุนละ 200,000 บาท ตลอดหลักสูตร 4 ปี เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นิสิต/นักศึกษาสาขาเทคนิคการแพทย์
ที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีโอกาสศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษา
และปฏิบัติงานในฐานะนักเทคนิคการแพทย์ที่ดี รับใช้สังคมและประเทศชาติ  ซึ่งที่ผ่านมาในแต่ละปีนักศึกษาคณะเทคนิคการแพทย์ มข. จำนวน 1-2 คน
ได้รับทุนดังกล่าวมาโดยตลอด


ประจำวันที่ 5 ตุลาคม 2552

นักศึกษาทุนแลกเปลี่ยนศึกษาศาสตร์ เตรียมลัดฟ้าสู่แดนอาทิตย์อุทัย

วันที่ 22 กันยายน 2552  สาขาวิชาการสอนภาษาญี่ปุ่น คณะศึกษาศาสตร์  มข. จัดปฐมนิเทศนักศึกษาที่ได้รับทุน JASSO ประเภท
นักศึกษาแลกเปลี่ยนเพื่อไปศึกษา  ณ มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 1 ปี  โดยนักศึกษาที่ได้รับทุนทั้ง 3 คน ประกอบด้วย
น.ส. บุหลัน  ป่าสาน  ศึกษา ณ Naruto University of Education  น.ส. ชนิกานต์  คะนนท์  ศึกษา ณ Yamata University และ น.ส. พัชรา หินทุม ศึกษา ณ Hirosaki University

การปฐมนิเทศครั้งนี้ ผศ. ดร. ไพศาล สุวรรณน้อย คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ได้ให้โอวาท ข้อคิดและแนวทางปฏิบัติในการครองตน ให้มุมานะ เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนอยู่เสมอ   โดยมี ผศ. ดร.ไ มตรี อินทร์ประสิทธิ์ ประธานสาขาวิชาการสอนภาษาญี่ปุ่น  Ms. Ai Obata, Ms. Mariko Hirata และ อาจารย์ ธนบดี อ่อนตา คณาจารย์ผู้สอนวิชาภาษาญี่ปุ่น ตลอดจนนักศึกษารุ่นพี่เข้าร่วมประชุมและให้คำแนะนำต่าง ๆ ในการใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั้ง 3 คน มีกำหนดเดินทางต้นเดือนตุลาคมนี้

ภาพ/ข่าว โดยคณะศึกษาศาสตร์

อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ ได้รับเชิญเป็นกรรมการโรคหนอนพยาธิขององค์การอนามัยโลก ( WHO)

รศ.ดร.บรรจบ ศรีภา อาจารย์ประจำภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ และศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เปิดเผยว่า ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการจากผู้อำนวยการ UNICEF / UNDP / World Bank / WHO  Special Programme for Research and Training in Tropical Diseases (TDR) องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เข้าเป็นสมาชิกคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มโรคหนอนพยาธิ  (Disease Reference Groups on Helminths) มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย พิจารณาจัดลำดับความสำคัญ  วางแผนปฏิบัติการในการควบคุมและเฝ้าระวังโรคติดเชื้อหนอนพยาธิในผู้ยากไร้ทั่วโลก   

รศ. ดร. บรรจบ ศรีภา

คณะกรรมการชุดนี้มาจากการเสนอชื่อของคณะที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลก โดยคัดเลือกจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาของโรคติดเชื้อหนอนพยาธิจากทั่วโลก จำนวนกว่า
50  คน แล้วคัดเหลือ 12 คน  และเป็นที่น่า ยินดีว่า รศ. ด ร. บรรจบ ศรีภา ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งใน คณะกรรมการฯดังกล่าว โดยมีระยะเวลาปฏิบัติงานวาระละ 1 ปี ในรอบนี้เริ่มตั้งแต่วันที่  1  กันยายน  2552  ถึง 30 สิงหาคม 2553 จึงเป็นความภูมิใจของคณะแพทยศาสตร์
และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่นักวิจัยไทยได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในผู้ร่วม วางแผนงานวิจัย โรคติดเชื้อหนอนพยาธิในองค์การอนามัยโลก และน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำเสนอปัญหาโรคหนอนพยาธิในประเทศไทยและประเทศลุ่มน้ำโขงโดยเฉพาะ โรคพยาธิใบไม้ตับที่เป็นสาเหตุของมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นโรคที่ถูกละเลย ทั้ง  ในระดับชาติและนานาชาติ (Neglected tropical disease)  ให้เข้าสู่บัญชีรายชื่อของโรคกลุ่มนี้ในองค์กรวิจัยนานาชาติต่อไป

รศ. ดร. บรรจบ ศรีภา เป็นอาจารย์นักวิจัยที่มีผลงานออกมาสู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง  นับตั้งแต่การได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ในตับ โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่บริเวณแก่งละว้า  ซึ่งผลการวิจัยปรากฏว่าชุมชนนี้เป็นแหล่งที่มีอุบัติการณ์ความชุกของโรคสูง ได้แก่
พื้นที่ อ. ชนบท อ. บ้านไผ่ อ. มัญจาคีรี อ. บ้านแฮด และ อ. โคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น จากการสำรวจแล้ว 10  หมู่บ้าน  พบว่า
แต่ละหมู่บ้านมีผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ไม่ต่ำกว่า 30 %  ของประชากร   บางหมู่บ้านตัวเลขสูงถึง 78 % และผู้ป่วยมีทุกวัยตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่

ภาพ/ข่าว โดยคณะแพทยศาสตร์

“หมอลำสุขภาพ” รพ.ศรีนครินทร์ โชว์ผลงานในรายการเวทีชุมชน

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552 ทีมงานโครงการให้ข้อมูลประชาชนด้วยเพลงพื้นบ้านเพื่อป้องกันตนเองด้านสุขภาพ บ้านหนองน้ำเกลี้ยง โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย นางวิลาวัณย์ อุ่นเรือน พยาบาลชำนาญการ ระดับ 8 ประจำหอผู้ป่วย 3 ข โรงพยาบาลศรีนครินทร์
นายภานุมาศ ประสมพล สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสำราญ จิตรอาสาผู้นำชุมชนบ้านหนองน้ำเกลี้ยง นายอัศวิน แหล่ยัง เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยพันธุ์ข้าวขอนแก่น และ นางนงคราญ เทพไกรวัลย์ แม่บ้านประจำหอผู้ป่วย 3 ข โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ร่วมให้สัมภาษณ์ ในรายการเวทีชุมชน ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศช่อง 11 ขอนแก่น
นางวิลาวัณย์ อุ่นเรือน หัวหน้าโครงการ กล่าวในรายการว่า โครงการให้ข้อมูลประชาชนด้วยเพลงพื้นบ้านเพื่อป้องกันตนเองด้านสุขภาพ
บ้านหนองน้ำเกลี้ยง เป็นการสร้างนวัตกรรมเพลงให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนเองเกี่ยวกับโรค ที่เป็นปัญหาด้านสุขภาพใน 5 อันดับแรก
ของประชาชนภาคอีสาน เช่น โรคหลอดเลือดตีบ   โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็งตับ โรคเอดส์ และ สุขบัญญัติ 10 ประการ
โดยนำไปทดลองเผยแพร่ในประชาชนหลายกลุ่มอายุ ลงพื้นที่เป้าหมายระดมสมองหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน  นอกจากนี้ ยังได้มีการ
ออกแบบท่าทางการออกกำลังกายที่ลดอาการปวดขา และปวดกล้ามเนื้อ เต้นประกอบเพลงพื้นบ้านที่แต่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยม
เป็นอย่างมาก จากประชาชนหมู่บ้านหนองน้ำเกลี้ยง มีการรวมกลุ่มออกกำลังกายประกอบเพลงพื้นบ้านในช่วงเวลาเย็นทุกวัน

มข. โอนเงินรางวัลและเงินเพิ่มพิเศษผู้บริหาร ให้ข้าราชการ และลูกจ้างประจำ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สุมนต์ สกลไชย อธิการบดีมหาวิทยาลัย ขอนแก่น เผยว่า ตามที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับการจัดสรรเงินรางวัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2551 จำนวน 20,045,260.35 บาท เพื่อนำไปจัดสรรเป็นเงินรางวัลให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำตามคำสั่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ 3923/2552 และ คำสั่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ 3924 /2552 และเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้บริหาร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ซึ่งจัดสรรให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำ จำนวน 2,014,478.17 บาท ตามคำสั่ง มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ 3925/2552 นั้น

ทั้งนี้ กองคลัง สำนักงานอธิการบดี ได้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้ผู้ที่สิทธิ แล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2552 แยกเป็นเงินรางวัลข้าราชการและลูกจ้างประจำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 จำนวน 4,963 คน จำนวนเงิน 20,045,260.35 บาท เงินเพิ่มพิเศษส่วนของผู้บริหารประจำปี
งบประมาณ พ.ศ. 2551 ที่จัดสรรให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำ จำนวน 638 คน จำนวนเงิน 2,014,478.17 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น
จำนวน 22,059,738.52 บาท

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพบริจาคสมทบองค์กฐินพระราชทาน โดยเสด็จเป็นพระราชกุศล

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพบริจาคสมทบองค์กฐินพระราชทาน โดยเสด็จเป็นพระราชกุศล ทอดถวาย ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร (พระอารามหลวง) อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2552 ดังนี้

  • ผ้าห่มถวายพระอันดับ จำนวน 84 รูป 84 ผืน ราคาผืนละ 350 บาท
  • จตุปัจจัยถวายพระภิกษุ สามเณร ที่จำพรรษา ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ. ธาตุพนม จ. นครพนม ( พระสงฆ์จำนวน 84 รูป ถวายรูปละ 500 บาท สามเณรจำนวน 186 รูป ถวายรูปละ 200 บาท)
  • เครื่องไทยธรรมถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เย็น 10 รูป จำนวน 10 ชุด ๆ ละ 500 บาท
  • จตุปัจจัยถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เย็น 10 รูป ( ประธานสงฆ์ 1 รูป 2,000 บาท พระอันดับ 9 รูป รูป ละ 1,000 บาท)
  • ร่วมบริจาคเป็นเจ้าภาพผ้าป่าหางกฐินฯ 46 กอง (ตามอายุการก่อตั้ง มข.) กองละ 1,000 บาท

ผู้ประสงค์จะเป็นเจ้าภาพตามรายการดังกล่าว โปรดแจ้งความจำนงบริจาคได้ที่ รศ. คูณ โทขันธ์ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น โทรศัพท์ 089-5725774 หรือ นายศิริศักดิ์ เหล่าจันขาม โทรศัพท์ 081-7174430 วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น 043-203124 ภายในวันที่ 16 ตุลาคม 2552 สำหรับผู้ประสงค์ร่วมเดินทางไปทอดผ้ากฐินพระราชทาน สำรองที่นั่งได้ที่ งานยานพาหนะ กองอาคารและสถานที่ สำนักงานอธิการบดี โทร. 12097 รถออกเวลา 06.30 น. วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2552 หน้าศูนย์อาหารและบริการ มข.


ประจำวันที่ 4 ตุลาคม 2552

( วันอาทิตย์ )


ประจำวันที่ 3 ตุลาคม 2552

( วันเสาร์ )


ประจำวันที่ 2 ตุลาคม 2552

“KKU LASIK CENTER” ทางเลือกใหม่ของการแก้ปัญหาสายตาแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน

วันที่ 28 กันยายน 2552 ณ อาคารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อนุสรณ์ ชั้น 1 โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. สุมนต์  สกลไชย อธิการบดี เป็นประธานเปิดศูนย์เลสิค โรงพยาบาลศรีนครินทร์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี ศ. นพ.วิรุฬห์  เหล่าภัทรเกษม คณบดีคณะแพทยศาสตร์ กล่าวรายงาน  และ พญ. อินทิรา  สุขเพ็ญ ภาควิชาจักษุวิทยา เป็นผู้ดำเนินรายการ  

ศ. นพ. วิรุฬห์ เหล่าภัทรเกษม กล่าวว่า ศูนย์เลสิคแห่งนี้ จัดตั้งขึ้นโดยมุ่งเน้นการให้บริการที่ได้ระดับมาตรฐานสากล ประกอบด้วยทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดสายตาผิดปกติ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรมเป็นอย่างดี จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถให้บริการให้กับผู้ที่มีสายตาผิดปกติ ตลอดจนเป็นสถาบันอบรมที่มีความทันสมัยทัดเทียมนานาชาติ LASIK เลสิค เป็นวิธีการผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติ (สายตาสั้น สายตายาว โดยกำเนิด และสายตาเอียง) โดยใช้เครื่องแยกชั้นกระจกตา Microkeratome แยกชั้นกระจกตาให้มีความหนา ประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาของกระจกตาทั้งหมด แล้วใช้ Excimer Laser ขัดเนื้อกระจกตาชั้นกลางเพื่อเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาโดยรวม แล้วจึงปิดผิว กระจกตาเข้าที่เดิม 
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. สุมนต์ สกลไชย กล่าวถึงความรู้สึกภาคภูมิใจที่ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ได้จัดตั้งศูนย์เลสิคแห่งนี้ว่า เนื่องจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทนศาตร์  มข. เป็นศูนย์บริการรักษาผู้ป่วยโรคตาที่ซับซ้อนเพียงแห่งเดียวในภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ และยังเป็นสถาบันฝึกอบรม และผลิตจักษุแพทย์เพียงแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถในการบริการผู้ป่วยโรคตาให้ครบวงจร เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของการแก้ปัญหาสายตาด้วยเลสิค นอกจากจะเป็นศูนย์เลสิคที่รองรับผู้ป่วยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ยังเป็นศูนย์เลสิคที่ให้ บริการครอบคลุมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง สปป. ลาว เวียดนาม และประเทศข้างเคียง
ได้อีกด้วย


รศ. นพ. โอฬาร สุวรรณอภิชน ผู้อำนวยการศูนย์เลสิคฯ กล่าวถึงวิธีการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับสายตาว่า การรักษาด้วยวิธี LASIK แบ่งเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือ Standard Pro LASIK เป็นการรักษาโดยการแยกชั้นกระจกตาหนาประมาณ 160 ไมครอน แล้วเปิดขึ้น เพื่อทำการยิงแสงเลเซอร์ในโปรแกรมการรักษาแบบมาตรฐานเพื่อปรับความโค้งของกระจกตาด้านใน หลังจากนั้นจึงปิดกระจกตาด้านบนลงมา ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที กระจกตาจะติดกันสนิท ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับการรักษาในระดับสายตาสั้นและสายตาเอียง ไม่เกิน 600 และรูม่านตาเล็ก โอกาสเกิดภาวะแสงกระจายน้อย วิธีนี้ควรพักผ่อนมากๆ หลังทำการผ่าตัดวันแรก หลังจากนั้นสามารถใช้สายตาได้ แทบไม่มีอาการปวดตาเลย ความสามารถในการมองเห็นหลังทำประมาณ 80% และจะดีขึ้นเรื่อยๆ ในสัปดาห์แรก และจะคงที่ประมาณ 1 เดือนไปแล้ว

ประเภทที่สอง คือ Super Ultra LASIK เป็นการรักษาที่โดยการแยกชั้นกระจกตาหนาประมาณ 160 ไมครอน แล้วเปิดขึ้น เพื่อทำการยิงแสงเลเซอร์ในโปรแกรมการรักษา ด้วยเทคโนโลยี Zyoptix Wave front   คือการใช้เครื่องมือตรวจวัดความผิดเพี้ยนของการรวมแสงของกระจกตาในแต่ละจุดอย่างละเอียด จากนั้นนำมาคำนวณด้วยโปรแกรมการคำนวณ เพื่อสร้างรูปแบบการยิงเลเซอร์ที่เหมาะสม

รศ. นพ. โอฬาร
สุวรรณอภิชน

สำหรับดวงตาแต่ละข้าง ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับการรักษาในระดับสายตาสั้น และสายตาเอียง ไม่เกิน 1 ,200 และรูม่านตาค่อนข้างโตหรือเนื้อกระจกตาน้อย มีโอกาสเกิดภาวะแสงกระจายมาก วิธีนี้ควรพักผ่อนมากๆ หลังทำการผ่าตัดวันแรก หลังจากนั้นสามารถใช้สายตาได้ แทบไม่มีอาการปวดตาเลย ความสามารถในการมองเห็นหลังทำประมาณ 80% และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ในสัปดาห์แรก และจะคงที่ประมาณ 1 เดือนไปแล้ว

ภาพ/ข่าว โดยคณะแพทยศาสตร์

ส่งมอบงานในตำแหน่ง ผอ. กองกลาง

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552 ที่ห้องรับรองพิเศษ สำนักงานอธิการบดี อาคาร 1 นายภมรพล ชาวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี และ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกลาง ซึ่งได้เกษียณอายุราชการ ในปีงบประมาณ 2552
ได้ส่งมอบงานในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกลาง ให้กับ ผศ. ดร. ไพบูลย์
ดาวสดใส ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร เพื่อรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ
กองกลาง สำนักงานอธิการบดี อีกตำแหน่งหนึ่ง โดยมีหัวหน้างานในสังกัด
กองกลาง ร่วมเป็นสักขีพยาน

สมาคมศิษย์เก่า มข. จัดงาน "ขอบคุณด้วยไมตรี ยินดีด้วยสายใย"

สมาคมศิษย์เก่า มข. จัดงาน " ขอบคุณด้วยไมตรี ยินดีด้วยสายใย"  เพื่อเป็นการขอบคุณคณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่า มข.
ชุดปี 2550 - 2552  และต้อนรับคณะกรรมการสมาคมฯ ชุดใหม่ ปี 2552 – 2554

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552  สมาคมศิษย์เก่า มข. ได้จัดงาน
" ขอบคุณด้วยไมตรี ยินดีด้วยสายใย" เพื่อแสดงความขอบคุณคณะกรรมการสมาคมฯ ชุดเก่า ที่กำลังจะหมดวาระ และต้อนรับคณะกรรมการสมาคมฯ ชุดใหม่ นำทีมโดย  ผศ. ดร. อนันต์  หิรัญสาลี  นายกสมาคมฯ  โดยมีอธิการบดี รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและศิษย์เก่าสัมพันธ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์  และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ได้ให้เกียรติมาร่วมงานนี้ด้วย
 

งานเริ่มด้วย นายเฉลิมชัย วงษ์นาคเพ็ชร์ ได้กล่าวต้อนรับและขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ และกล่าวอำลาตำแหน่งนายกสมาคมฯ  รวมถึง
ส่งมอบภารกิจต่อให้แก่ ผศ. ดร. อนันต์  หิรัญสาลี  นายกสมาคมฯ คนใหม่  ซึ่งได้แนะนำคณะกรรมการสมาคมฯ ชุดใหม่ จากนั้น
อธิการบดีได้กล่าวขอบคุณ และมอบของที่ระลึกแด่ นายเฉลิมชัย และคณะกรรมการสมาคมฯ ชุดเก่า ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัยในช่วงระยะเวลา 2  ปีที่ผ่านมา  พร้อมกล่าวต้อนรับและมอบของที่ระลึกแก่ นายกสมาคมฯ และคณะกรรมการสมาคมฯชุดใหม่ จากนั้น รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและศิษย์เก่าสัมพันธ์  และทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัย ได้มอบช่อดอกไม้และของที่ระลึกเป็นการแสดงความขอบคุณ และความยินดีแก่นายกฯ ทั้ง 2 ท่าน 

ภาพ/ข่าว โดยสมาคมศิษย์เก่า มข.


ประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2552

คณะเกษตรศาสตร์ มข. MOU กับ Royal University of Bhutan เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการ

เร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 8 คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ  (Memorandum of Understanding: MOU) ระหว่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับ Royal University of Bhutan (RUB) โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. สุมนต์ สกลไชย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ Mr.Karma Penjore ผู้ประสานงานโครงการจาก Royal University of Bhutan เป็นผู้ลงนาม

พิธีลงนาม MOU ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ เนื่องมาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยคณะเกษตรศาสตร์ได้รับทุนสนับสนุน จากสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (TICA) กระทรวงการต่าง ประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการแก่ College of Natural Resource, Royal University of Bhutan เป็นจำนวนเงินประมาณ 40 ล้านบาท ภายใต้โครงการ “Strengthening Professional Capacity Development for College of Natural Resources” ระยะเวลา 3 ปี (2551-2553) สำหรับการพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็งของหลักสูตรระดับปริญญาตรีด้านการเกษตร และพัฒนาบุคลากรของ
มหาวิทยาลัย ทั้งด้านการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอก การพัฒนา

ห้องปฏิบัติการและห้องสมุดของ RUB รวมทั้ง การฝึกอบรมระยะสั้น โดยหลักสูตรและหัวข้อการอบรมขึ้นอยู่กับความต้องการของ RUB

ในการนี้ มีคณะผู้บริหารคณะเกษตรศาสตร์ มข. อาทิ รศ. ดร. อนันต์ พลธานี คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ผศ. ดร. รักพงษ์ เพชรคำ รองคณบดีฝ่ายบริหาร ผศ. ดร. ปรเมศ บรรเทิง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา อาจารย์ วีระ ภาคอุทัย   รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ รศ. ดร. สนั่น
จอกลอย หัวหน้าภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรการเกษตร รศ. ดร. ยุพา หาญบุญทรง ผู้อำนวยการสำนักงานเกษตรนานาชาติ นักวิชาการผู้เข้ารับการอบรมจากประเทศภูฏาน อาทิ Mr. Pema Chheda Mr.Ugyen Thinley Mr.Thrinang Wangdi และนักศึกษาจาก College of Natural Resource, Royal University of Bhutan รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติ ให้เกียรติมาร่วมงานและเป็นสักขีพยาน

ภาพ/ข่าว โดยคณะเกษตรศาสตร์

นักวิจัย มข. คว้ารางวัลโปสเตอร์ดีเด่นในการประชุมนานาชาติ ABIC 2009

คณะวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร ( CAB – KKU ) และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตรเพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืน คณะเกษตรศาสตร์ นางสาวสุรีย์พร บัวอาจ นักศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาโรคพืชวิทยา รศ. ดร. วีระศักดิ์ ศักดิ์ศิริรัตน์ รศ. ดร.
สมเดช กนกเมธากุล อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และ นางสาวรัศมี เล็กพรม นักศึกษาปริญญาเอกสาขาเคมี ได้รับรางวัลในการนำเสนอผลงานทางวิชาการจากโปสเตอร์ดีเด่น (Poster Award Winners) ในหัวข้อเรื่อง “Characterization of bioactive compounds from luminescent mushroom (Neonothopanus nambi) and their effect on root-knot nematode and non-target organisms” ในการประชุม Agricultural Biotechnology International Conference (ABIC) 2009 : Agricultural Biotechnology for Better Living and a Clean Environment ซึ่งจัดประชุมโดย สวทช. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23-25 กันยายน 2552 รางวัลที่ได้รับเป็นรางวัลโปสเตอร์ดีเด่น ในสาขา Plant Biotechnology

การประชุมฯ นี้ มีผู้ร่วมการประชุมเป็นนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากทั่วโลก และมีโปสเตอร์ที่นำเสนอด้าน Plant biotechnology จำนวน 179 โปสเตอร์ สำหรับทีมวิจัยที่ได้รับรางวัลนั้น นอกจากเกียรติบัตรแล้ว ยังได้รับเงินรางวัลอีก จำนวน 1,000 US$ อีกด้วย

สำหรับผลงานที่นำเสนอเป็นการค้นพบสารออกฤทธิ์ Aurisin A จากเห็ดเรืองแสง(Neonothopanus nambi) ที่พบในเขตโคกภูตากา
อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ที่มีฤทธิ์ฆ่าไส้เดือนฝอยรากปมศัตรูพืช แต่ไม่ออกฤทธิ์ต่อสิ่งมีชีวิตอื่นที่มีประโยชน์ เช่น ไส้เดือนฝอยศัตรูแมลง (Steinernema carpocabsae) และแบคทีเรียปฏิปักษ์กำจัดโรคพืช (Bacillus spp.) เป็นการค้นพบองค์ความรู้ใหม่ที่สามารนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการควบคุมโรครากปมของพืชโดยชีววิธี

ภาพ/ข่าว โดยศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร

วิศวฯ จัดบรรยายพิเศษ  สภาวะโลกร้อนและการวิจัยด้านพลังงานในประเทศไทย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดบรรยายพิเศษ เรื่อง สภาวะโลกร้อนและการวิจัยด้านพลังงานในประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2552 ณ ห้องสัมมนา 2 ตึกเพียรวิจิตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับเกียรติจาก ศ. ดร. นักสิทธิ์ คูวัฒนาชัย
ผู้อำนวยการโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก เป็นวิทยากร โดยมี รศ.ดร.สมนึก
ธีระกุลพิศุทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวต้อนรับและเปิดงาน ท่ามกลางคณะ
ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ศ. ดร. นักสิทธิ์ คูวัฒนาชัย ได้บรรยายในหัวข้อ สภาวะโลกร้อนและการวิจัยด้านพลังงานในประเทศไทย โดยได้กล่าวถึงประเด็นหลัก ๆ หลายประเด็น อาทิ สภาวะโลกร้อนและมาตรการแก้ปัญหา ผลกระทบของมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การเตรียมการเข้าสู่เศรษฐกิจยุคจำกัดคาร์บอนในประเทศไทย สถานภาพของเทคโนโลยีพลังงานที่สำคัญ และกรอบการวิจัยและการวิจัยด้านพลังงานในไทย



ภาพ/ข่าว โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์

ชมรมอีสาน.. ชวนนักศึกษาร่วมค่ายอาสาพัฒนา

ชมรมอีสาน องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัย ขอนแก่น ขอเชิญนักศึกษาที่สนใจสมัครร่วมค่ายอาสาพัฒนาชนบท ปี 2552 ซึ่งจะจัด
ณ บ้านหนองปกติ หมู่ที่ 5 ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย (ติดแม่น้ำเหืองชายแดนประเทศลาว)  ระหว่างวันที่ 12 - 21 ตุลาคมนี้
โดยจะสร้างโรงอาหารให้กับโรงเรียนบ้านหนองปกติ และกิจกรรมอีกมากมายภายในค่าย ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ผู้สนใจสมัครและร่วมปฐมนิเทศค่าย ในวันที่ 10 ตุลาคม 2552 ที่ชมรมอีสาน (โรงชายชั้น 2 ฝั่งกองกิจการนักศึกษา) เวลา 19.00 น.
ติดต่อสอบถามได้ที่ หนุ่ม EN3 โทร. 086-1464146 ประธานชมรมอีสาน, หนุ่ม AG3 โทร. 085-9299947 ประธานค่าย และ แนน MS4
โทร. 086-8526028  ประชาสัมพันธ์โครงการฯ