เว็บไซต์ฐานข้อมูลงานวิจัยเพื่อสร้างเสริมสุขภาพสำหรับชาวมหาวิทยาลัย อยู่ในระหว่างการพัฒนา จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้

พฤติกรรมการรับประทานอาหาร

พฤติกรรมการรับประทานอาหาร

พฤติกรรมการรับประทานอาหาร (6)

บทวิเคราะห์

การทบทวนรายงานวิจัยในกลุ่มความอ้วนของนักศึกษามหาวิทยาลัย จำนวน 6 เรื่อง พบว่า เป็นรายงานวิจัยที่ศึกษา ในขนาดกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 4796 คน เป็นการศึกษาในประเทศ เลบานอน จำนวน 2 รายงาน ที่เหลือจากประเทศ บราซิล ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เยอรมัน โปแลนด์ และบัลกาเรีย ประเทศละ 1 ฉบับ

วิธีการศึกษาทั้งหมดเป็นการศึกษาภาคตัดขวาง มีการใช้มุมมองสังคมการตลาด 1 รายงานเพื่อหากลยุทธ์ในการณรงค์ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม4 มีรายงานศึกษาสิ่งแวดล้อมคือหอพักนักศึกษาที่เป็นแหล่งอาหารของนักศึกษามหาวิทยาลัย 1 รายงาน2 มีรายงานเกี่ยวกับนิสัยการบริโภคอาหาร1 แรงจูงใจต่อการเลือกอาหาร4 ความสัมพันธ์กับสุขภาพจิต5 และการควบคุมน้ำหนัก6 อย่างละ 1 รายงาน

ผลการวิเคราะห์พบข้อความรู้ว่าพฤติกรรมการรับประทานอาหารของนักศึกษามหาวิทยาลัยยังมีจุดอ่อนทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพอาหาร รวมถึงวิธีการควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะปัจจัยทางด้านจิตสังคม การนำความรู้ไปใช้ในการรณรงค์ควรเน้นการปรับปรุงภาพลักษณ์เป็นเหตุผลสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

การควบคุมน้ำหนักในกลุ่มนักศึกษาในประเทศกำลังพัฒนา ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมหรือพฤติกรรมเสี่ยง

ผู้ศึกษา: Hala Tamin, Nuhad Dumit, Abdallah Terro, Ramzi Al-Hourany, Dima Sinno, Fadi Seif, Souzan Steitich, Umayya Musharrafieh

ที่มา: Journal of the American Collage of  Nutrition. 2004. 23(5):391-396.

บทสรุป

การลดน้ำหนักเป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในกลุ่มวัยรุ่น เหตุผลของการลดน้ำหนักไม่ใช่เหตุผลเพื่อการลดความอ้วนเท่านั้น หากยังมีเหตุผลทางวัฒนธรรม สังคมและจิตวิทยาร่วมด้วย

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอุบัติการณ์ของการลดน้ำหนักและเหตุผลที่ลดน้ำหนักในตัวแปรลักษณะทางประชากร ผลการศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพในนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวเลบานอน

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาภาคตัดขวาง เก็บรวบรวมข้อมูลในปี ค.ศ. 2000-2001 จากมหาวิทยาลัยในกรุงเบรุตจำนวน 5 แห่งที่มีทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน เลือกกลุ่มตัวอย่างตามสัดส่วนได้ทั้งสิ้น 2013 คน กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามเองโดยไม่ต้องลงชื่อ ประกอบด้วยหัวข้อ ความพยายามในการลดน้ำหนัก ลักษณะทางประชากร ผลการศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพ ประกอบด้วย การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การรัดเข็มขัดขณะขับขี่ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ stepwise logistic regression

ผลการศึกษา: พบว่าร้อยละ 71 ของกลุ่มตัวอย่างมีน้ำหนักตัวปกติและน้อยกว่าปกติ มีเพียงร้อยละ 30 เท่านั้นที่พยายามในการลดน้ำหนักโดยวิธีการต่อไปนี้ ร้อยละ 12 ใช้ยาลดน้ำหนัก ร้อยละ11 ใช้การล้วงคอให้อาเจียน เหตุผลในความพยายามลดน้ำหนักคือการปรับปรุงภาพลักษณ์ (ร้อยละ 84)  ใช้อาหารเป็นวิธีการลดน้ำหนัก แต่มีเพียงร้อยละ 21.5 เท่านั้นที่ปฏิบัติตามแนวทางการแพทย์  การวิเคราะห์สหสัมพันธ์พบว่าปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์กับความพยายามในการควบคุมน้ำหนักมากกว่าปัจจัยเสี่ยง เมื่อวิเคราะห์ตัวทำนายพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนัก พบตัวแปร   เพศหญิง OR=(2.08, 95% CI= 1.6-2.5) ทำงานแล้ว OR=(1.36, 95% CI= 1.01-1.8)และเรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชน OR=(1.69, 95% CI= 1.25-2.0) และสาขาวิชาที่เรียน

ข้อคิดเห็น: การปรับปรุงภาพลักษณ์เป็นตุผลสำคัญในการควบคุมน้ำหนัก แต่พบว่ายังมีนักศึกษาส่วนหนึ่งที่ยังใช้วิธีการที่มีผลเสียต่อสุขภาพ ปัจจัยที่เป็นการเสริมแรงส่วนหนึ่งคือปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจ

ระดับการศึกษา: 5 (descriptive study)

คำสำคัญ: การควบคุมน้ำหนักตัว, นักศึกษามหาวิทยาลัย, วัฒนธรรม

ความบ่อยในการรับประทานอาหารและการรับรู้ความเครียดและอาการซึมเศร้าในกลุ่มนักศึกษา 3 ประเทศในทวีปยุโรป

 

ผู้ศึกษา: Rafael T Mikolajczyk, Walid El Ansari, Annette E Maxwell

Nutrition Journal. 2009. 8(31): ไม่ปรากฏหน้า.  doi:10.1186/1475-2891-8-31. http://www.biomedcentral.com/content/pdf/1475-2891-8-31.pdf

 

บทสรุป

นิสัยการรับประทานอาหารเป็นมิติที่สำคัญของวิถีชีวิตของมนุษย์ซึ่งมีผลต่อสุขภาพ การเจ็บป่วย แบบแผนการบริโภคอาหารมีความสัมพันธ์กับสุขภาพจิตได้รับความสนใจมากขึ้น  อาหารบางชนิดอาจจะรับประทานบ่อยขึ้นเมื่อบุคคลมีความเครียดหรือมีความซึมเศร้าในระดับรุนแรงขึ้น

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารกับความเครียดและความซึมเศร้า และความสัมพันธ์กับเพศและประเทศ

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาในประเทศเยอรมัน จำนวน 696 คน ประเทศโปแลนด์ จำนวน 489 คน และประเทศบัลกาเรีย จำนวน 654 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามแบบตอบเอง ประกอบด้วย แบบสอบถามเกี่ยวกับความบ่อยในการรับประทานอาหาร มาตรวัดความเครียด cohen’s perceived stress scale, และตัวชี้วัดความซึมเศร้าของ Beck ที่มีการปรับปรุง วิเคราะห์ข้อมูลด้วย linear regression analysis

ผลการศึกษา: พบว่าความบ่อยในการรับประทานอาหารมีความแตกต่างตามประเทศและเพศ เช่นเดียวกับอาการซึมเศร้าและการรับรู้ถึงความเครียด สำหรับนักศึกษาเพศชาย ไม่พบกลุ่มอาหารที่รับประทานที่มีความสัมพันธ์กับการรับรู้ถึงความเครียดและอาการซึมเศร้า แต่ในนักศึกษาเพศหญิงพบความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอาหารที่รับประทานที่มีความสัมพันธ์กับการรับรู้ถึงความเครียด โดยจะรับประทานอาหารรสหวานและอาหารเร่งด่วน และรับประทานอาหารจำพวกผลไม้และผักน้อยกว่า นอกจากนี้แล้วอาการซึมเศร้ามีความสัมพันธ์กับการรับประทานอาหารจำพวก ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ลดลง

ข้อคิดเห็น: การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะทางจิตใจที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะนักศึกษาเพศหญิง และมีความแตกต่างระหว่างประเทศ การจัดการกับความเครียดจึงเป็นหนทางหนึ่งของการส่งเสริมพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง

ระดับการศึกษา: 5 (descriptive study)

คำสำคัญ : การบริโภคอาหาร, ความเครียด, ภาวะซึมเศร้า, นักศึกษามหาวิทยาลัย, กลุ่มประเทศยุโรป


แรงจูงใจต่ออาหารของคนวัยผู้ใหญ่ตอนต้น มุมมองทางสังคมการตลาดประเทศออสเตรเลีย

ผู้เขียน: Tegan Piggford, Maria Raciti, Debra Harker, Micheal Harker

ที่มา: Young consumers. 2008. 9(1) : 17-28. doi 10.1108/1743610810857282. From www.emeraldinsight.com/reprints

 

บทสรุป

ความอ้วนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แนวคิดที่ต้องให้ความสนใจแนวคิดหนึ่งในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคือทฤษฎีพฤติกรรมผู้บริโภคและกลยุทธ์ทางสังคมการตลาด

วัตถุประสงค์: เพื่อค้นหาแรงจูงใจของนักศึกษา มหาวิทยาลัยออสเตรเลีย ในความสัมพันธ์กับปัจจัยทางประชากรและสังคม 5 ปัจจัยได้แก่ ที่อยู่อาศัย เพศ อายุ รายได้มวลรวมและชั่วโมงการทำงาน

กลุ่มตัวอย่าง: สุมตัวอย่างด้วยวิธีการใช้โควตาได้กลุ่มตัวอย่างขนาด 310 คน (อัตราการตอบกลับร้อยละ 93.7) มีอายุระหว่าง 18-24 ปี เก็บข้อมูลด้วยวิธีการ drop out self administer กล่าวคือผู้วิจัยส่งแบบสอบถามให้นำกลับไปทำที่บ้านและส่งคืนเมื่อตอบแบบสอบถามสมบูรณ์แล้ว

เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล: เป็นแบบสอบถาม Food choice questionnaire จำนวน 23 รายข้อ ตอบด้วยมาตรวัด 5 ระดับ ลักษณะทางประชากรและสังคม 5 ลักษณะ มีวิธีวัดดังนี้ 1. ที่พักอาศัย เป็นประเภทพักกับพ่อแม่ หรือพักกับเพื่อนหรือพักบ้านหรืออพาร์ตเมนท์ของตนเอง และแบ่งเป็นนักศึกษาที่เป็นชาวต่างชาติและชาวออสเตรเลีย 2. เพศ พิจารณา 2 คำตอบคือชาย/หญิง 3. อายุ การศึกษานี้คัดเลือกคนที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี อายุเฉลี่ย 20.99 ปี (SD= 0.59) 4. รายได้รวมต่อสัปดาห์ ที่ไม่หักภาษีหรือค่าอื่นๆ 5. จำนวนชั่วโมงในการทำงานต่อสัปดาห์ และแรงจูงใจ 9 รายข้อ ประกอบด้วย พื้นอารมณ์ ธรรมชาติของอาหาร คำนึงถึงน้ำหนักตัว ประเด็นจริยธรรม สุขภาพ ราคา และลักษณะที่สัมผัสได้

วิเคราะห์ข้อมูล: ด้วยสถิติพรรณนา และ t test

ผลการศึกษา: มีความแตกต่างระหว่างแรงจูงใจด้านอาหารกับเพศและจำนวนชั่วโมงการทำงาน แต่ปัจจัยอื่นประเภทที่พักอาศัย อายุและรายได้รวม แรงจูงใจไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นนักศึกษาชาวต่างชาติ

ข้อคิดเห็น: ผลการศึกษานี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการเลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่มีนักศึกษาต่างชาติรวมอยู่ด้วย

ระดับการศึกษา: 5 (descriptive study)

คำสำคัญ: การตลาด ผลิตภัณฑ์อาหาร เยาวชน ประเภทที่พักอาศัย

การรับประทานอาหารที่ถูกต้องจะมีความแตกต่างในการออกกำลังกายและเหตุผลของการออกกำลังกายหรือไม่

 

ผู้เขียน: Keith A. King, Krista Mohl, Amy L. Bernard, Rebecca A. Vidourek

ที่มา: California Journal of Health Promotion. 2007 (5)3: 106-119

บทสรุป

นิสัยโภชนาการที่ไม่เหมาะสมเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและการตายในประเทศสหรัฐอเมริกา มีรายงานวิจัยรายงานว่าการออกกำลังกายเป็นประจำมีอิทธิพลต่อนิสัยการบริโภคได้

วัตถุประสงค์:

เพื่อศึกษาว่านักศึกษาที่มีการบริโคอาหารที่เหมาะสมจะมีการออกกำลังกายและเหตุผลที่ออกกำลังกายแตกต่างกันหรือไม่

วิธีการศึกษา: นักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวน 204 คนตอบแบบสอบถาม จำนวน 22 รายข้อเกี่ยวกับการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา และการวิเคราะห์ความแปรปรวน

ผลการศึกษา: มีนักศึกษาจำนวนน้อยกว่า ร้อยละ 10 ที่บริโภคอาหารตามมาตรฐานที่แนะนำ ปัจจัยฉุดคือเวลา ความสะดวก และอาหารที่มีขายในมหาวิทยาลัย จำนวนน้อยกว่าครึ่งออกกำลังกาย 4 วันหรือมากกว่าต่อสัปดาห์ เหตุผลในการออกกำลังกายคือปรับปรุงภาพลักษณ์ สุขภาพและลดน้ำหนัก การเป็นคนกระฉับกระเฉงไม่มีผลต่อการบริโภคที่ถูกต้องอย่างและไม่เป็นเหตุผลในการออกกำลังกายมีนัยสำคัญ

ข้อคิดเห็น: นักศึกษามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังมีพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมและไม่มีผลต่อนิสัยการรับประทานอาหารอย่างมีนัยสำคัญ จำเป็นต้องมีการรณรงค์อย่างเร่งด่วน

ระดับการศึกษา: 5 (descriptive study)

คำสำคัญ: โภชนาการ, การออกกำลังกาย, การเคลื่อนไหว, นักศึกษามหาวิทยาลัย

พฤติกรรมการรับประทานอาหารของนักศึกษาที่พักในหอพักมหาวิทยาลัย:แหล่งสำหรับการสร้างเสริมสุขภาพ

ผู้เขียน : Hayda Josiane Alvesม, Maria Cristina Faber Boog

ที่มา: Rev Saúde Pública 2007;41(2)

บทสรุป

วัตถุประสงค์: เพื่ออธิบายการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับประทานอาหารของนักศึกษาที่พักในหอพักมหาวิทยาลัย

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากนักศึกษา จำนวน 100 คนที่พักในหอพักมหาวิทยาลัยในเมืองแห่งหนึ่งทางใต้ของประเทศบราซิลในปี ค.ศ. 2004 เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามให้นักศึกษาทบทวนความจำเกี่ยวกับอาหารที่รับประทานภายใน 24 ชั่วโมง และมีคำถามปลายเปิดสอบถามเกี่ยวกับการซื้อของและการรับประทานอาหาร หน่วยวิเคราะห์เป็นคุณภาพของอาหารที่รับประทาน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ exact Fisher test ที่ 5% significance level

ผลการศึกษา: จากการทบทวนความจำเกี่ยวกับอาหารที่รับประทานภายใน 24 ชั่วโมง พบว่าสำหรับอาหารเช้า นักศึกษาจำนวนร้อยละ 30 ไม่รับประทานอาหารเช้า ร้อยละ 13 รับประทานเมื่อหิว ร้อยละ 37 รับประทานอาหารเช้าทุกวันและร้อยละ 20 รับประทานอาหารเช้าบางวัน สำหรับมื้อเที่ยง นักศึกษาจำนวนร้อยละ 5 ไม่รับประทานมื้อเที่ยง ร้อยละ 36 รับประทานทุกวัน และร้อยละ 63 รับประทานบางวัน มื้อเย็น นักศึกษาจำนวนร้อยละ 1 ไม่รับประทานมื้อเย็น ร้อยละ 36 รับประทานทุกวัน และร้อยละ 63 รับประทานบางวัน กลุ่มตัวอย่างรายงานอีกว่าอาหารมื้อกลางวันเป็นอาหารที่มีคุณภาพมากที่สุดและนักศึกษาในกลุ่มที่รับประทานมื้อกลางวันรับประทานอาหารที่ศูนย์อาหารของมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ร้อยละ 69 ที่รับประทานอาหารตามลำพัง และร้อยละ 49 บอกว่าการรับประทานอาหารกับเพื่อนส่งผลทางบวกต่อพฤติกรรมอาหารที่รับประทาน

สรุป: คุณภาพอาหาร แบบแผนการพึ่งพากันและตัวแทนสังคมเป็นปัจจัยป้อนต่อพัฒนาการอาหารถูกสุขภาวะและการสร้างเสริมสุขภาพ

ระดับการศึกษา: 5 (descriptive study)

คำสำคัญ: นิสัยการรับประทางอาหาร, โภชนาการศึกษา, นักศึกษามหาวิทยาลัย, การสร้างเสริมสุขภาพ


นิสัยการบริโภคและความอ้วนในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวเลบานอน

ผู้เขียน: Najat Yahia, Alice Achkar, Abbass Abdallah, Sanda Rizk

ที่มา Nutritional journal. 2008.7:32. doi:10.1186/l475-2891-7-32 Fromwww.nutritionj.co/content/7/1/32.

บทสรุป

บทนำ: พฤติกรรมบริโภคของประชาชนในประเทศประเทศเลบานอนได้มีการเปลี่ยนแปลงจากอาหารสไตล์ เมดิเตอร์เรเนียนมาเป็นอาหารประเภทจานด่วนมากขึ้นและมีผลทำให้ประชาชนโดยเฉพาะคนวัยผู้ใหญ่มีภาวะอ้วนเกิดขึ้นจำนวนมาก

วัตถุประสงค์: เพื่อสำรวจภาวการณ์มีน้ำหนักตัวเกินและความอ้วนในกลุ่มตัวอย่างนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเบรุตและเพื่อตรวจสอบนิสัยการบริโภคของกลุ่มตัวอย่างด้วย

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวน 220 คน เป็นเพศชายร้อยละ 43.6 และเพศหญิงร้อยละ 56.4 อายุเฉลี่ย 20± 1.9 ปี เลือกโดยการสุ่มตัวอย่างนักศึกษาในวิทยาเขตหนึ่งใน ปีการศึกษา 2006 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการให้นักศึกษาตอบแบบสอบถามด้วยตนเอง ซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับนิสัยการรับประทานอาหาร การดื่ม และการสูบบุหรี่ และวัดส่วนสูง น้ำหนักตัวและดัชนีร้อยละของไขมันตามร่างกายและกล้ามเนื้อของลำตัว แล้วคำนวณค่า body mass index เพื่อประเมินสถานะของน้ำหนักตัว วิเคราะห์ข้อมูล.ใช้สถิติ  ANOVA, t-test, Chi-square test ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ statistical package for social sciences software version 13.0

ผลการศึกษา: พบว่านักศึกษาส่วนใหญ่ร้อยละ 64.7 มีน้ำหนักตัวปกติ อัตราการมีน้ำหนักตัวมาก พบในนักศึกษาชายมากกว่านักศึกษาหญิง (ร้อยละ 37.5/ร้อยละ12.5) เช่นเดียวกับความอ้วนพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง (ร้อยละ 13.6 /ร้อยละ 3.2) ตรงกันข้ามกับความผอม พบในนักนักศึกษาหญิงมากกว่านักศึกษาชาย (ร้อยละ 6.4/ร้อยละ 1)  เกี่ยวกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารพบว่านักศึกษาส่วนใหญ่ (ร้อยละ 61.4) รายงานว่ารับประทานอาหารปกติ นักศึกษาหญิงมีนิสัยการรับประทานอาหารดีกว่านักศึกษาชายในด้าน รับประทานอาหารเช้าประจำและความบ่อยของการรับประทานอาหารมื้อเช้า นักศึกษาหญิงร้อยละ 53.3 รายงานว่ารับประทานอาหารเช้าประจำหรือความบ่อยของการรับประทานมื้ออาหาร (3-4 ครั้งต่อสัปดาห์) เมื่อเปรียบเทียบกับนักศึกษาชาย(ร้อยละ 52.1) พบความแตกต่างทางเพศกับจำนวนครั้งของการับประทานอาหารเช้าอย่างมีนัยสำคัญ ( p=0.001) การรับประทานผักและผลไม้พบว่าร้อยละ 30.5 รับประทานผักและผลไม้ โดยไม่พบความแตกต่างระหว่างเพศหญิงและชายอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนการดื่มสุราและการสูบบุหรี่พบได้ไม่บ่อย

ข้อคิดเห็น การศึกษานี้พบว่านักศึกษาชาวเลบานอนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี และพบว่านักศึกษาชายมีโอกาสที่จะอ้วนได้มากกว่านักศึกษาหญิง ข้อจำกัดของการศึกษานี้คือกลุ่มตัวอย่างมาจากมหาวิทยาลัยที่เดียวอาจจะไม่เป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมดได้ อีกทั้งมหาวิทยาลัยนี้นักศึกษาส่วนใหญ่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมดีกว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆ ซึ่งจะต้องพิจารณาในปัจจัยทางวัฒนธรรมด้วย

ระดับการศึกษา: 5 (descriptive study)

คำสำคัญ: นิสัยการรับประทางอาหาร, ภาวะอ้วน, นักศึกษามหาวิทยาลัย

Untitled Document
Untitled Document
คุณคิดว่าเว็บไซต์นี้เป็นอย่างไร
 
ฐานข้อมูลงานวิจัยอื่น ๆ

thaires

rlnrct_11

kctistr_banner-th

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter